วันพฤหัสบดีที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓

"แดง"ดาวกระจายต้านปฏิวัติ อ่างทองเผาหุ่น"มาร์ค-อภิชาติ-เจิมศักดิ์" สระแก้วรีบสลายโดนครอบครัวทหารกั้น

เสื้อแดงทั่วประเทศดาวกระจายยื่นหนังสือต้านปฏิวัติ เดินสายอ่านแถลงการณ์ต้านรัฐประหารหน้ากรมทหารทั่วประเทศ

แดงอ่างทองเผาหุ่น"มาร์ค-อภิชาติ-เจิมศักดิ์" อ้างทำจังหวัดเสียชื่อ


ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือแดงทั้งแผ่นดิน ได้รวมตัวกันประมาณ 50 คนหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง โดยมีการกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อ้างว่านายอภิชาตและนายเจิมศักดิ์เป็นชาวอ่างทอง แต่สร้างพฤติกรรมทำให้ชาวอ่างทองเสื่อมเสีย จากนั้นได้อ่านแถลงการณ์"ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี่ข้าอำมาตย์" และยื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่จังหวัดไปถึงนายอภิสิทธิ์ และผ่านตัวแทน กกต.อ่างทองไปยังนายอภิชาต ก่อนจะเผาหุ่นบุคคลทั้งสามเพื่อประณาม

แดง สระแก้วรีบสลายตัว ถูกลูกเมียทหารต้านอ่านแถลงการณ์


กลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือเสื้อแดงสระแก้ว นำโดย นางมณีรัตน์ โกธัน และนายปัญญา ชาติปัญญาวุฒิ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน จังหวัดสระแก้ว นำกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดสระแก้วจาก 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภออรัญประเทศ อำเภอวัฒนานคร และอำเภอคลองหาด จำนวน 80 คน มารวมตัวหน้าทางเข้ากรมทหารราบที่ 12 รอ. ค่ายพรหมโยธี พร้อมกับอ่านแถลงการณ์ต่อต้านทหารไม่ให้ทำรัฐประหาร


อย่าง ไรก็ตาม มีกลุ่มแคดดี้สนามกลอฟ์ภายในกรมทหาร พร้อมทั้งภรรยาและครอบครัวของทหารในค่ายสวมเสื้อสีฟ้า ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ปิดกั้นทางเข้า ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงได้รวบรัดอ่านแถลงการณ์ และรีบพากันสลายตัว โดยใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 30 นาทีเท่านั้น

"พระ"ร่วมม็อบเสื้อแดงกรุงเก่าดาวกระจายยื่นแถลงต้าน ปฏิวัติ


เมื่อ เวลา 11.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดง จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 100 คน เดินทางไปยังโรงงานซ่อมยาง กองโรงงงานซ่อมสร้างรถยนต์ทหาร ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพวุธ กรมสรรพวุธทหารบก และหมวด สห.ที่ 24 ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่ออ่านแถลงการณ์และยื่นจดหมายเปิดผนึกกับ พ.อ.เฉลิมชัย ชอบธรรม หัวหน้าโรงงานซ่อมยาง กรมสรรพาวุธทหารบก เพื่อส่งมอบให้กับผู้บัญชาการทหารบกต่อไป


อย่าง ไรก็ตาม ระหว่างที่กลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมายังโรงงานซ่อมยาง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อยมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เพราะเกรงมือที่ 3 จะสร้างความวุ่นวาย ทั้งนี้พบว่าในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงในครั้งนี้ มีพระสงฆ์จากวัดแห่งหนึ่ง และนายจำนง ศิริจรรยา อายุ 54 ปี ชาวกรุงเก่าที่บาดเจ็บจากการรวมพลที่เขายายเที่ยง เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

พะเยามอบแถลงการณ์ต้านปฏิวัติรัฐประหารให้ทหาร

เมื่อเวลา 10.30 น. ได้มีกลุ่มเสื้อแดงพะเยาจำนวน 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มแดงพะเยา กลุ่มพะเยาเพื่อประชาธิปไตย สภาแดงล้านนาพะเยา พะเยา 51 และ พะเยาอาร์มี รวมกำลังกว่า 300 คน ได้รวมตัวกันที่หน้าประตูทางเข้าค่ายขุนเจืองธรรมิกราช ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ทำกิจกรรมประกาศแถลงการณ์ต่อต้านการปฏิวัติ-รัฐประหาร พร้อมทั้งตัวแทนคนเสื้อแดงมอบแถลงการณ์แก่ทหารด้วย


ทั้งนี้ กลุ่มเสื้อแดงได้ยื่นหนังสือแถลงการณ์ให้ พล.ต.ประตินันท์ สายหัสดี ผบ.จทบ.พะเยา ผ่าน พ.ท.โภคา จอกลอย นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน จทบ.พะเยา ก่อนจะสลายตัวไปในเวลาประมาณ 12.00 น.


เสื้อแดงระยอง มอบกุหลาบให้ทหารฝึกคอบร้าโกลด์


เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เสื้อแดงจำนวนกว่า 100 คน นำโดยนายระพินทร์ พรานนท์สถิตย์ ประธานชมรมแดงระยอง 52 ถือป้ายต่อต้านเผด็จการรัฐประหารเดินทางมามอบดอกกุหลาบสีแดงแก่ เรือเอกภานุรัตน์ อุ่นญาติ รักษาการแทน น.ท.เรวัตร พันธุ์เวียง ผบ.พัน ร. 7 ค่ายมหาสุรสิงหนาท ซึ่งอยู่ระหว่างการฝึกซ้อมร่วมคอบร้าโกลด์ บริเวณหน้ากองพันทหารราบนาวิกโยธิน ค่ายมหาสุรสิงหนาท พัน ร. 7 นย. ต.ตะพง อ.เมืองระยอง


นางดวงพร สามัญ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์แดงระยอง ได้อ่านคำแถลงการณ์ ว่าวันนี้คนเสื้อแดงจะชุมนุมอย่างสงบ ปราศจากอาวุธบริเวณหน้าค่ายทหารทั่วประเทศพร้อมกันเพื่อประกาศเจตนารมณ์ความ เป็นมิตรกับทหาร พร้อมประกาศต่อต้านทหารบางคนที่ใช้อำนาจเผด็จการ

ตรังบุกค่ายทหาร อ่านแถลงการณ์รัฐประหาร


เมื่อเวลา 10.00 น.นายรัตน์ ภู่กลาง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ภาคใต้ พร้อมด้วยนายสมาน ลิปปพัทธ์ อดีต ส.อบจ.ตรัง และกลุ่มเสื้อแดงจังหวัดตรังกว่า 30 คน เดินทางไปยังหน้าค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด เพื่อนำแถลงการณ์ นปช.แดงทั้งแผ่นดินเพื่อป้องปรามการรัฐประหาร


นายสมาน ได้อ่านคำแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า คนเสื้อแดงจะชุมชนกันอย่างสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ บริเวณค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ เพื่อประกาศเจตนารมณ์เป็นมิตรกับทหารที่แท้จริง ผู้ศรัทธาในระบบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมประกาศต่อต้านทหารบางคนพวกที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพ แต่นิยมอำนาจเผด็จการ คอยฉะฉวยโอกาสใช้กำลังพล รวมทั้งอาวุธยุทธโธปกรณ์ยึดกุมอำนาจการปกครองประเทศด้วยวิธีการที่ไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ

แกนนำ แดงจันทบุรีประกาศเป็น"เสธ.ดำ"ควงคู่"เสธ.แดง"


เมื่อเวลา 09.30 น.กลุ่มเสื้อแดงจันทบุรี จำนวนประมาณ ๕๐๐ คน นำโดย พล.ต.ต.พยุง ตรงสวัสดิ์ ประธานแกนนำกลุ่มจันทร์แดงจันทบุรี อดีตส.ส.จันทบุรีพรรคพลังประชาชน นายชินวัตร หาบุญพาด ประธานชมรมแท๊กซี่เสื้อแดงกรุงเทพฯ และ พล.เรือเอุทาร รัตนรักษ์ อดีตนายทหารสังกัดนาวิกโยธิน จันทบุรี ชุมนุมหน้าค่ายตากสิน (ทหารพันร.๒ ผส.นย.) นอกจากนี้กลุ่มคนเสื้อแดงนำป้ายผ้าโจมตีเผด็จการและต่อต้านรัฐประหารติดที่ รั้วศาลจันทบุรี ด้านนอกซึ่งอยู่ตรงข้างกับค่ายตากสิน ต่อมามีเจ้าหน้าประจำศาลจังหวัดจันทบุรี เจรจาขอให้ปลดป้ายผ้าดังกล่าวออกจากริมรั้วของศาลจันทบุรี


พลเรือตรีอุทาร กล่าวถึงการปฏิวิตที่ผ่านมา ว่า ทหารเรือและนาวิกโยธิน ไม่ได้มีบทบาทหน้าที่อะไร และคิดว่าทหารเรือนาวิกโยธิน คงไม่ร่วมการปฏิวัติครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีปฏิวัติจริง จะเป็นเสธ.ดำ เดินคู่กับพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกร่วมกัน

ราชบุรี ยื่นหนังสือต้านปฏิวัติทำรถติด

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ก.พ. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ภาคตะวันตกว่า 100 คน ได้รวมตัวกันที่บริเวณหน้าเขาแก่นจันทน์ ตำบลดอนตะโก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ก่อนจะเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังสโมสรนายทหารชั้นประทวน ค่ายภาณุรังสี กรมการทหารช่างราชบุรี เพื่ออ่านแถลงการณ์แสดงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหารของเหล่ากองทัพ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวยื่นหนังสือถึงเจ้ากรมการทหารช่าง หน้าค่ายภาณุรังสี ได้มีผู้ขับรถบางกลุ่มได้บีบแตรรถเสียงดังตลอดเส้นทางถนนสายเข้าเมือง ราชบุรี เนื่องจากไม่พอใจที่ทำให้รถติดขัด

ลพบุรีเดินสายอ่านแถลงการณ์ต้านรัฐประหาร

เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ชูเกียรติ ด้วงชนะ นายตำรวจนอกราชการนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือคนเสื้อแดง จังหวัดลพบุรี รวมตัวบริเวณด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จ พระนารายณ์มหาราช ก่อนเคลื่อนขบวนไปตามหน่ายทหาร หน่วยหลักๆ ที่มีกำลังรบสำคัญของกองทัพบก ประกอบด้วย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช, มณฑลทหารบกที่ 13, กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ และทหารอากาศกองบิน 2


นอกจากนั้น กลุ่มคนเสื้อแดง ได้อ่านแถลงการณ์ เพื่อขอให้ทหารยืนอยู่เคียงข้างประชาชน และขอให้ทหารกล้าทั้งหลาย ปฏิเสธการทำรัฐประหาร และช่วยกันปกป้องประชาธิปไตยอย่างสุดชีวิต ซึ่งทางหน่วยทหารไม่ได้มีการเสริมกำลังมากมายเป็นกรณีพิเศษแต่อย่างได้ ซึ่งทุกหน่วยได้มอบหมายให้นายทหารเวร ชั้นผู้ใหญ่ของหน่วย ออกมาฟังแถลงการณ์ และรับหนังสือจากแกนำ โดยบรรยากาศในแต่ละจุดก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โคราชดาวกระจาย ไปชุมนุมหน้าค่ายกองทัพภาค2


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดนครราชสีมาจากอำเภอต่างๆ กว่า 300 คน นำโดยนายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ แกนนำกลุ่มคนแดงโคราช นายอนุวัฒน์ ทินราช และนายสมโภชน์ ปราสาทไทย สมาชิกพรรคเพื่อไทยจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อทำการสักการะท้าวสุรนารี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกว่า 100 นาย


จากนั้นกลุ่มคนเสื้อแดง เดินเท้าไปตามถนนรอบเขตเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนชาวโคราชออกมาร่วมเคลื่อนไหวไม่ให้มีการปฏิวัติ เกิดขึ้น ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปยังหน้าค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่ออ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ทหารกองทัพภาคที่ 2 ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำการปฏิวัติ และขอให้ทหารกองทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมสนับสนุนกับกลุ่มคนเสื้อแดง ตามแผน “ผู้มิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์” ที่กลุ่มคนเสื้อแดงทำการดาวกระจายไปยังค่ายทหารทั่วประเทศ


นายเขื่อนเพชร กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวกดดันหรือต่อต้านการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร แต่เป็นการเรียกร้องให้ทหารปฏิบัติตนตามหน้าที่รั้วของชาติ ที่ผ่านมาทางกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าใจว่าทหารเป็นผู้มีระเบียบวินัย และต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่กลุ่มคนเสื้อแดงเชื่อมันว่า ขณะนี้มีคนกำลังคิดทำการปฏิวัติรัฐประหาร จึงเรียกร้องว่าที่ผ่านมาประเทศชาติได้รับความเสียหายมามากแล้วจากการ ปฏิวัติรัฐประหาร และหากยังมีการปฏิวัติขึ้นอีก จะทำให้ประเทศชาติเสื่อมถอยลงอีกและประชาชนทั้งประเทศจะเป็นผู้เดือดร้อน ดังนั้น ทหารควรร่วมมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อช่วยกันปกป้องประเทศชาติเพื่อให้รอด พ้นวิกฤติในครั้งนี้ให้ได้ ดังนั้นขอย้ำว่ากิจกรรมวันนี้คนเสื้อแดงไม่ได้มีเจตนาที่จะมาโจมตีทหาร แต่เรามาเรียกร้องให้ทหารที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยออกมายืนอยู่เคียงข้าง ประชาชนเท่านั้นเอง

จ.นครพนมบุกค่ายทหาร แสดงพลังต้านรัฐประหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดนครพนม กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง นำโดย นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ อดีต ส.ส.นครพนม เขต 1 สมาชิกบ้านเลขที่ 111 นำสมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงชมรมคนเสื้อแดงนครพนม 52 กว่า 500 คน มารวมตัวกันบริเวณหน้าค่ายพระยอดเมืองขวางจังหวัดทหารบกนครพนม เพื่อแสดงพลังประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านรัฐประหาร


พล.ต.วิษณุ ไตรภูมิ ผบก.จทบ.นครพนม ได้สั่งระดมกำลังทหาร สารวัตรทหาร คอยควบคุมดูแลความปลอดภัย ป้องกันการก่อเหตุวุ่นวายของกลุ่มคนเสื้อแดง และฝ่ายตรงข้าม พร้อมบริการน้ำดื่ม ซึ่งทางทหารได้กันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินเข้าไปในค่าย โดยให้มีการชุมนุมด้านหน้า

จ.ตราดชุมนุมหน้า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า บริเวณหน้าหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ต.ตะกาง อ.เมือง จ.ตราด กลุ่มคนเสื้อแดงตราด นำโดย นท.ทวี ยานไกล นางชูชีพ ชีพนำโชคกุล พร้อมสมาชิกคนเสื้อแดงกว่า 80 คน ได้เดินทางไปรวมตัวกัน เพื่อยื่นหนังสือแถลงการณ์ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน โดยมี นอ.ธรรมวัฒน์ มาลัยสุบิน เสธ.ฉก.นย.ตราด ออกมาให้การต้อนรับ


เมื่อกลุ่ม เสื้อแดงเดินทางมาถึงหน้าหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดแล้ว นท.ทวี อ่านแถลงการณ์ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมกันอย่างสงบ สันติและ ปราศจาอาวุธ ที่หน้าค่ายทหารต่างๆ ทั่วประเทศพร้อมกัน เพื่อประกาศเจตนารมย์ความเป็นมิตรกับทหารอย่างแท้จริง ผู้ศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีประมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและปฏิบัติหน้าที่ตรงตามภาระกิจที่กำหมาย กำหนด และเรียกร้องให้ทหารกล้าทั้งหลายปฏิเสธการทำรัฐประหารโดยเด็ดขาด และช่วยกันปกป้องประชาธิปไตยอย่างสุดชีวิตตามรัฐธรรมนุญที่ได้บัญญัติไว้ ขอให้มีการปฏิเสธรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนหรือ รัฐบาล จากนั้นได้นำแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวมอบให้กับ นอ.ธรรมวัฒน์ ก่อนจะยุติการชุมนุม

‘เพลี้ยกระโดด’ กับรัฐบาล ‘เพลี้ยกะแดก’

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

มื่อสัปดาห์ที่ ผ่านมา มีข่าวฮือฮาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน ดูท่าจะเป็นข่าวใหญ่ทีเดียว เพราะหนังสือพิมพ์ระดับ “มติชน” พาดหัวออนไลน์ เมื่อ วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 ว่า
“ฮิวแมนไรท์วอทช์ซัด"อภิสิทธิ์"ละเมิดสิทธิมนุษยชน รุนแรง จนสถานการณ์ถดถอยอย่างหนักในปี 52”
นายแบรด อดัม (Brad Adam) ผู้อำนวยการองค์การสิทธิมนุษยชนเอเชีย (Asia director at Human Rights Watch) ผู้แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์เกี่ยวกับเมืองไทย ถึงกับระบุว่า
“รัฐบาล ของอภิสิทธิ์ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนัก แทบไม่ได้ทำตามคำสัญญาเคยกล่าวไว้ว่า จะให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน และหลักกฎหมายระหว่างประเทศเลย”
สำหรับรายละเอียดในเรื่องนี้ หากท่านผู้อ่านที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง คงจะได้เห็นกันแล้ว และคงเป็นไปตามคาดคิดนายอภิสิทธิ์ ต้องออกมาตอบโต้ว่าไม่จริง และจะให้ทางกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แถลงตอบโต้อย่างเป็นทางการ
แต่...ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ
ผมอยากจะบอกว่า องค์การขนาดนี้ Human Rights Watch นั้น ก่อนที่จะกล่าวหาใคร เขาต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้พอสมควร เมื่อชั่งน้ำหนักแล้ว และผ่านการตรวจสอบอย่างดี จึงออกรายงานเป็นทางการ เพราะเป็นเรื่องที่จะต้องบอกกล่าวกับชาวโลกทั้งมวล
อยากจะยกตัวอย่าง ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นกันสักนิด
สำหรับนายแบรด อดัม ผู้อำนวยการองค์การสิทธิมนุษยชนเอเชีย ผู้นี้ เคยตรวจพบว่า

เจ้าหน้าที่ทหาร ใน ‘ศูนย์วิวัฒน์สันติ’ ซึ่งทำหน้าที่แบบเดียวกับ “ศูนย์ซักถาม” ของ กอ.รมน.ในอดีต ได้มีการนำตัวชาวบ้านมารีดเอาข่าว แล้วซ้อมอย่างโหดร้ายด้วยความทารุณผิดมนุษย์ ได้กระจายไปถึงหูขององค์การระหว่างประเทศนี้ จนทำให้เรื่องแดงและแตกออกมาพร้อมพยานหลักฐานชัดเจน ทำให้คนไทยได้รับรู้กัน
สื่อในประเทศอย่างหนังสือพิมพ์ ‘โพสต์ทูเดย์’ ถึงกับให้กับฉายาทหารหน่วยนี้ว่า
‘หน่วยทมิฬ’
ส่วนชาวบ้าน ข้าราชการ และคนไทยมุสลิมและตำรวจในพื้นที่ รับรู้เรื่องนี้มาเป็นระยะเวลาพอสมควร และเรียกศูนย์แห่งนี้อย่างตรงไปตรงมา ‘ศูนย์ กระทืบสันติ’ ซึ่งเข้าท่าดีจัง เพราะไม่ใช่แต่ชำนาญในการรุมกระทืบชาวบ้าน จนขี้แตกขี้แตนเท่านั้น ยังช่วยกันรุมกระทืบ ความสงบสุขและสันติ จังหวัดชายแดนปักษ์ใต้
ให้พัง...คาตีนไปอีกด้วย!
จึงไม่แปลกเลย ถ้าญาติพี่น้องผู้ที่ถูกกระทำ ลุกมาไล่ฆ่าทหาร ล้างแค้นเอาคืนกันบ้าง!
พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 (ในขณะนั้น) ทน
ต้องสั่งยุบศูนย์ ‘ศูนย์วิวัฒน์สันติ’ เพราะจำนนต่อหลักฐาน (ภารกิจยังมีอยู่ ต้องแอบไปดำเนินการในชื่ออื่น)
เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยนายพล สุรยุทธ์ ณ.เขายายเที่ยง ดำรงตำแหน่งนายกประเทศนี้ โดยมี “ไอ้ บังกบฏ” ซึ่งกำลังคับแข้งคับขา เพราะถ่างขาคร่อม ทั้งตำแหน่งผู้นำ ค.ม.ช. แถมยังเป็น ผบ.ทบ.ในห้วงเวลานั้น ด้วยซ้ำไป
แม้ในหน้าหนังสือพิมพ์ และสื่อมวลชนทั้งหลายของบ้านเราเรื่องนี้จะเลือนหายไป แต่ในฐานะคนตามข่าวอย่างผม รับรองว่ามีหลักฐานชัดเจน อีกทั้งข้อมูลต่างๆทางปักษ์ใต้ ยังหลั่งไหลเข้ามาหาผมอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากมีการออกมาโต้แย้ง ผมอาจสวนกลับแรงๆแบบไม่ไว้หน้าก็เป็นได้ เลยต้องขอเตือนกันไว้ก่อน

ารออกมาปฏิเสธไว้ก่อนนั้น ผมเห็นว่าเป็นสันดานดักของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือพัฒนาให้ดีขึ้น ยังยึดแนวทาง “ปฏิเสธเอาไว้ก่อน” อย่างมั่นคงว่า พรรคของตัวเองนั้น ดีเลิศประเสริฐศรีมณีเด้ง เรื่องความผิดต่างๆนั้น
“พรรคฉัน...ไม่ได้ทำ!”
การปฏิเสธเอาไว้ก่อน ก็ถูกจับได้ทีหลังนั้น บางเรื่องมันก็กินเวลาช้านาน สำหรับการำพิสูจน์ จนผู้คนลืมไปแล้วก็มี อย่างเรื่องที่ผมเคยบอกเอาไว้แล้ว เช่น
เรื่องการทุจริตเชิงนโยบาย และเป็นชนักปักหลังพรรคดักดานอยู่ทุกวันนี้ ก็เรื่องเอาที่ดิน ส.ป.ก.ไปแจกให้ญาติโก
โหติกาของคนในพรรค เพลิดเพลินเจริญใจกันไป จนเรื่องถึงโรงถึงศาล ซึ่งต้องใช้เวลาถึงกว่า 10 ปี ที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้บรรดาเศรษฐีสหายและญาติของนักการเมืองพรรคนี้ ต้องคืนที่ดินซึ่งได้รับแจกจากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีราคาสูงกว่าหมื่นล้าน ให้กับทางราชการไปด้วยความจำใจ
เห็นกันหรือยังล่ะ!?
อีกเรื่องที่กินเวลานาน คือการทุจริตในการเลือกตั้ง สมาชิกพรรคคนสำคัญ ถูกศาลฎีกาท่านสั่งจำคุกไป 1 ปี ฐานซื้อเสียง และสร้างประวัติศาสตร์อันน่ารังเกียจว่า เป็นพรรคการเมืองพรรคแรกของประเทศ ที่สมาชิกพรรคถูกลงโทษในความผิดฐานซื้อเสียง!
ก่อนหน้านั้นอีตาชวน เชื่องช้า แกออกมาพร่ำด่าคนโน้นคนนี้พรรคโน่นพรรคนี่ซื้อเสียง พอลูกพรรคตัวเองโดนศาลฎีกาท่านตัดสินจำคุก และตัดสิทธิทางการเมืองอีก 10 ปีเหมือนกัน
นาย หัวเลยหยุดพูดเรื่องซื้อเสียง นับตั่งแต่บัดนั้น! ...555

การที่พรรคดักดานโดยหัวหน้าอย่าง นายอภิแสบ
ภักดีโพเดียมนั้น ไปพูดอะไรที่ไหน ก็ย่อมเป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้สนับสนุนและผู้ที่คัดค้านทั้งนั้น เป็นเรื่องปกติธรรมดา
ดังนั้น ผมเห็นว่าการที่แกจะไปพูดอะไรแล้ว ไม่โดนสวนหรือตอกหน้ากลับนั้น เป็นเรื่องที่ควรกระทำ แต่บางเรื่องหัวหน้าพรรคดักดานพูดไปแล้ว ผู้คนต้องเลิกคิ้วอย่างฉงนฉงาย ด้วยความงงงวย เช่นเรื่องความซื่อสัตย์เป็นต้น
หรือครับ
ตอบได้ว่า ก็เพราะการที่นายอภิแสบฯ พูดจายกตัวเองและพรรคพวกว่าซื่อสัตย์นั้น ผู้คนที่เขาไม่เชื่อนั้นมีอยู่มาก (รวมทั้งผมด้วย) ครม.ของนายอภิแสบ ก็ไม่ได้ยึดมั่นในความสุจริตอย่างที่ว่า เพราะความไม่กระจ่างใส ในการบริหารประเทศนี่แหละครับ
ที่เป็นเหตุต้องนำมาพูดถึงกันในวันนี้ คือ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 17 ม.ค. ที่ผ่านมิสเตอร์ อภิแสบ ภักดีโพเดียม แกดันไปพูดในรายการที่ผมเปลี่ยนชื่อให้ว่า

“ไม่มีใครเชื่อมั่น ประเทศไทย กับนายอภิแสบ!”

ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จนสื่อเขาเอามาพาดหัวว่า

“ครม.ยึดพระราชดำรัส ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต”

ตรงนี้แหละครับ ที่ผมว่าแกพูดไม่จริง!

รัฐบาลนายอภิแสบ ไม่ได้ทำงานด้วยความสุจริต อย่างที่เจ้าตัวออกมาอวดอ้าง และด้วยความไม่สุจริตนี่แหละครับ เป็นเหตุให้รัฐมนตรีสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ต้องลาออกไปถึงสองคน รัฐมนตรีช่วยต่างพรรคอีกหนึ่งหน่อ แล้วมันจะไปจริงได้อย่างไร?
อู้กันซื่อๆ...อย่างนี้แหละครับ!

ผมชื่นชมการดำเนินการ ของข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ที่ร่วมมือร่วมใจกันรักษาผลประโยชน์ของชาติ ในโครงการไทยเข้มแข็ง ไม่ให้กลายเป็นโครงการ
“ไทยคุดคู้!”
ข้าราชการเหล่านั้น พวกเขาได้รักษาผลประโยชน์ของชาติ โดยช่วยกันกดดันนายวิทยา แก้วภารไดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคุณหมอ ซึ่งมาจากพรรคดักดานของนายอภิแสบ จนกระทั่งจำใจให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนจากบุคคลภายนอก ซึ่งชี้ความไม่สุจริต ของการดำเนินการของเจ้ากระทรวงและทีมงานของรัฐมนตรี จนยกแก๊งลาออกไปทั้งโขยง
ในที่สุดนายวิทยาฯแทบจะหลั่งน้ำตา ยอมจำนนจำใจลาออกจากตำแหน่งซึ่งนั่งได้ไม่ถึงปี กลับไปนั่งบนโถส้วมด้วยความรวดร้าว อึดอัดคัดข้อง คงอยากจะเปลี่ยนนามสกุลเป็น ‘แก้วพรรดึก’ ให้รู้แล้วรู้แร่ดไป...555
ท่านผู้อ่านเห็นไหมครับว่า หากมี คนภายนอกเข้าไปสอบสวนหาความผิดกันจริงจังอย่างนี้ มันก็เห็นผลว่าเป็นหมู่เป็นจ่ากันอย่างที่เห็นๆได้ไม่ยาก
แต่ท่านครับ...ที่คาใจผมมากๆก็คือ...
คดีทุจริตโครงการชุมชน(แดก)ไม่พอเพียง นี่แหละครับ ผมเขียนเอาไว้ในบทความชื่อเศรษฐกิจ “เชิงทุจริต” ของประชาธิปัตย์!!! ลงใน www.vattavan.com ตั้งแต่ 27 กันยายน 2552 ความตอนหนึ่งว่า

...โครงการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ปล้นอำนาจเข้ามาบริหารประเทศ ต้องจำไว้เป็นตัวอย่าง เพราะเวลานี้ชื่อเสียงของพวกท่านนั้นเสียหายมาก โดยเฉพาะโครงการที่ผมเรียกว่า “โครงการ แดกไม่พอเพียง” นั้น นับวันแต่จะถกเปิดโปงความชั่วร้ายออกมา ตั้งแต่ เครื่องกรองน้ำ รถไถกระป๋องทาสี ปุ๋ยปลอม ฯลฯ จนพิจารณาเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากจะบอกว่า
คนในพรรคดักดานนี้ ได้ประกอบกรรมอันไม่สุจริต ด้วยการโกงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่มีการจัดหาสินค้า ตั้งทีมไปหลอกลวงเกี่ยวกับโครงการ และมีการกระจายสินค้าซึ่งไร้คุณภาพ ไปยังพี่น้องประชาชน เป็นการรวมกันเขมือบ โกงงบประมาณกันอย่างหน้าเฉยตาเฉย แต่สื่อมวลชนถลกเบื้องหลัง ว่าพรรคดักดานได้ประโยชน์ ด้วยการที่ได้รับเงินบริจาคก้อนโต จากบริษัทที่เข้าร่วมโครงการนี้
เจ็บใจแทน...พี่น้องประชาชนจริงๆ! ...

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพ...
เรื่องโครงการชุมชนพอเพียงนั้น พอมีเรื่องแตกขึ้นมา การสอบสวนไม่ได้กระทำโดยบุคคลภายนอก แต่กลับตั้งตาเฒ่าอย่างนายเจริญ คันธวงศ์ ขึ้นมาสอบสวนแบบง่อกๆแง่กๆ แล้วรวบรัดด่วนสรุป ทำทีเป็นลงโทษสมาชิกพรรคบางคน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่นักการเมืองตนอื่นๆของพรรค บริสุทธิ์ผุดผ่อง แล้วก็ยุติเรื่องไปเฉยๆอย่างนี้ มันทำเหมือนกับพี่น้องประชาชนคนไทยเรา...
รับประทานแกลบ แทนข้าววันละสามมื้ออย่างนั้น!
หากนายอภิแสบฯอยากแสดงว่าตัว มีความจริงใจ ก็ต้องตั้งกรรมการบุคคลภายนอกพรรค มาทำการสอบสวนเป็นเรื่องเป็นราว เพราะจะได้สอบสาวให้ลึกๆกันไปว่า
ไอ้ที่ผู้คนเขาบอกว่า บริษัทต่างๆที่ได้รับประโยชน์จากโครงการแดกไม่เคยพอเพียง และจ่ายเงินบำรุงพรรคดักดานไปก่อนนั้น
เป็นความจริงใช่ไหม...จำนวนเงินเท่า ไหร่? เมื่อใด?
สำหรับนายอภิแสบฯ ที่ลงลายมือชื่อรับรองงบหรือรายงานการเงินของพรรค ที่ส่งให้ กกต.นั้น จะไม่รู้เห็นกับการบริจาคเงินนั้น หรือไม่อย่างไร?
แน่จริงเอาหลักฐาน...ออกมาตีแผ่กันให้จะๆกัน (ซีวะ)!?
เรื่องอย่างนี้แหละครับ ที่ผมว่ามัน “คาใจ” พี่น้องประชาชนคนไทย เพราะพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งมีจำนวนมากในประเทศ เขาปักใจเชื่อว่า
“รัฐบาลทุจริต!”...เขาเชื่อกัน อย่างนี้จริงๆนะครับ!!

ดังนั้น การนายมาร์คฯหัวหน้ารัฐบาลดักดาน ดันทะลึ่งออกะออกมายืนยันหน้าเฉยตาเฉย ว่ารัฐบาลของตัวนั้นซื่อสัตย์สุจริต ผมก็จะขอนั่งยัน กลับไปบ้างว่า...
ประชาชนคนไทยจำนวนมาก รวมทั้งผมด้วย เห็นว่านายมาร์คฯจะมาพูดเอาดีใส่ตัวอย่างนี้ไม่ได้ เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าออก “มุกควาย” ซ้ำอีกแล้ว อย่างที่ผมเคยตั้งข้อสังเกต และให้ฉายาไว้เป็นแรมปี จนผู้คนชักจะพูดกันติดปากว่า
“นายมาร์ค มุกควาย”
ก็เพราะแกชอบออก “มุกควายๆ” อย่างนี้แหละครับ!!!
ก่อนจบบทความที่เขียนไปหัวเราะไป อยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังว่า

เวลานี้มีหลายอำเภอที่เคราะห์ร้าย เพราะเมื่อข้าวราคาดี เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เป็นแมลงจำพวกปากดูด ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทำลายข้าว โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลส์ท่อน้ำท่ออาหารบริเวณโคนต้นข้าวระดับเหนือผิว น้ำ ทำให้ต้นข้าวมีอาการใบเหลืองแห้งลักษณะคล้ายถูกน้ำร้อนลวก แห้งตายเป็นหย่อมๆเรียก “ อาการไหม้ ( hopper burn )”

content/picdata/200/data/A5.jpg

ไอ้เพลี้ย เวรนี่หายไปหลายปี ตอนนี้มันกลับดันมาลงทำให้ชาวนาน้ำตาร่วง เสียหายหนักกว่า 10 จังหวัด หนักๆก็คือแหล่งที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ อย่างสุพรรณบุรี อุทัยธานี สุโขทัย เป็นต้น
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลนั้น เขาว่ามันมีวงรอบของมันเหมือนกัน คือช่วง 8-10 ปี มันจะย้อนยกโขยงกลับมาดูดต้นข้าว ทำความเสียหายให้กับชาวนาสักครั้ง
ก็น่าแปลกเหมือนกัน ที่ปีนี้เพลี้ยกระโดดมันมาจังหวะพ้องกับรัฐบาลพรรคดักดาน ซึ่งห่างหายไปจากการบริหารประเทศเพราะประชาชนเขาไม่เลือกเป็นเสียงข้างมาก นานพอๆกับไอ้เพลี้ยจังไรนี่ แต่กลับดันทะลึ่งได้มาเป็นรัฐบาล แบบมีคนหาบคนหาม อย่างไม่มีใครคาดคิด และเป็นจังหวะเดียวกับเพลี้ยกระโดดที่รูปร่างคล้าย “แมลงสาบ” (ไม่ใช่ชื่อพรรคนะ) หวนมาสร้างความเสียหายให้กับชาวนาไทยเราอีกครั้ง
รัฐบาลนายอภิแสบฯนั้น พอได้มาบริหารประเทศไม่ทันไร กลับเพิกเฉย ละเลยให้มีการทุจริตคิดมิชอบกันอย่างกว้างขวาง ถลุงงบประมาณของชาติกันอย่างสนุกสนาน บางโครงการฟาดกันเปรมตั้งแต่ในทำเนียบรัฐบาลด้วยซ้ำ ชาวบ้านแช่งด่ากันถ้วนทั่ว จนน้องรองนายกฯกับพวก ต้องจำใจลาออกไปอีกเหมือนกัน
พฤติกรรมของรัฐบาลกับพวก นี้เหมือนเพลี้ยอัปรีย์เพราะจงใจก็ดูดเอาเงินทองของชาติ ที่มีอยู่น้อยนิด ไปบำเรอนักการเมืองในกลุ่มของตน จนผู้คนเขาจับได้ และเป็นที่ของพี่น้องประชาชนเอือมระอาและชิงชังยิ่งนัก
ที่น่าเกลียดน่าชังเหลือเกิน ก็คือ...
...ได้ อำนาจปุ๊บ ก็ ‘แดกปั๊บ’ ทันทีทันใด!
หลักฐานฟ้องชัดๆว่า พวกมัน ‘เตรียมการ’ โกงล่วงหน้า มาเลยนี่ครับ!!
ก็มันไม่ซื่อสัตย์อย่างนี้แล้ว ผมจะขนานนามรัฐบาลนาย
มาร์ค มุกควาย ว่าเป็น “รัฐบาลเพลี้ยกะแดก” ...ได้ไหมครับ!?

เฮ้อ...มันน่าหนักใจ ทั้ง‘เพลี้ยกระโดด’ กับไอ้รัฐบาล‘เพลี้ยกะแดก’ นี่จริงๆ!!!

..............

หมาย เหตุ เป็นครั้งแรก ที่คอลัมน์ “จดหมายฟ้องโลก” มีผู้อ่านเกินหนึ่งหมื่นท่าน
กราบขอบพระคุณ แฟนๆทุกท่านครับ

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

"มาร์ค"เตรียมถามรมว.กลาโหมปัญหาเรือเหาะไร้ ประสิทธิภาพ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์วันที่ 4 กุมภาพันธ์ถึงรายงานข่าวที่ว่ากองทัพมีคำสั่งให้ระงับใช้เรือเหาะตรวจการณ์ กรณีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้จัดซื้อ 1 ลำ ราคา 350 ล้านบาท จากบริษัท แอร์เรีย อินเทอร์เนชั่นแนล ของประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะพบว่ามีปัญหาบางจุดที่ต้องซ่อมแซมว่า ทางกองทัพทดลองไปแล้วเมื่อเดือนมกราคม ตั้งใจจะสอบถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม โดยทราบว่าบางช่วงเรือเหาะดังกล่าวใช้งานได้ แต่บางช่วงก็ใช้งานไม่ได้ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด


เมื่อ ถามว่าผู้ที่เกี่ยวข้องรายงานมาด้วยหรือไม่ว่าเกิดจากอะไร อาจเป็นการซื้อของที่ไม่มีประสิทธิภาพใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ไปสรุปถึงขั้นนั้น แต่ตนจะสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพราะวันที่ 2 กุมภาพันธ์ รมว.กลาโหมไม่อยู่ร่วมประชุมครม.

ส่อรื้อโผแต่งตั้งโยกย้ายตร.ระดับ รองผบก.-สว. "มาร์ค"แฉเอง"บช.ภ.2"หนักสุด "สุเทพ"จวกสุดอัปยศ

"อภิสิทธิ์" รับข้อมูลฉาวย้ายตำรวจถึงมือแล้ว แฉ "บช.ภ.2" หนักสุด "นครบาล" ประปราย เล็งตั้ง กก.สอบสวน หากพบเป็นจริงต้องรื้อโผ "สุเทพ" ขอหลักฐานซื้อขายตำแหน่ง ซัดอัปยศเสียเงินเลื่อนยศ "สวญ.ม่วงค่อม" สวมบทหมูไม่กลัวน้ำร้อนร้อง "รรท.ผบ.ตร." บช.ภ.1 ตั้งไม่เป็นธรรม

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ว่า ข้อมูลการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.)-สารวัตร (สว.) ที่มีการร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมถึงมือแล้ว โดยให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ว่า ขณะนี้มีการส่งข้อมูลมาให้ตนแล้วซึ่งเป็นข้อมูลที่ร้องผ่าน พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ซึ่งตนไม่ได้ให้ พล.ต.อ.ธานีเป็นผู้รวบรวมข้อมูล เพียงแต่มีคนร้องผ่านมาเท่านั้น ซึ่งกำลังดูว่าจะทำอย่างไร แต่เบื้องต้นคิดว่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนบางกรณีที่เห็นว่าหนังสือ ร้องเรียนมีสาระเพียงพอ


ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงขั้นต้องรื้อบัญชีแต่งตั้งใหม่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน เมื่อถามว่า พื้นที่ใดร้องเรียนมามากที่สุด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หนักสุดเป็นกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) ภาคอื่นรวมถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีเข้ามาบ้าง จึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ขณะนี้อยู่ระหว่างดูกฎหมายและคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ว่าจะตั้งขึ้นมารูปแบบไหน ลักษณะอย่างไร หากสอบไปแล้วมีความไม่ถูกต้องอาจต้องแก้ไขโผแต่งตั้งโยกย้าย


เมื่อถามถึงการนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่ง ชาติ (ก.ต.ช.) นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังนัดไม่ได้ แต่ได้ทำความเข้าใจได้ระดับหนึ่งแล้ว กำลังดูวันเวลาที่เหมาะสมอยู่

เมื่อถามว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ตัวจริงจะเข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์การชุมนุมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.ดูแลเต็มที่อยู่แล้ว เมื่อถามว่า พล.ต.อ.ปทีปจะได้เป็นตัวจริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ ก.ต.ช.


ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่ามีเรื่องร้อง เรียนการซื้อขายตำแหน่งทั้งในนครบาลและในภูมิภาคต่างๆ ว่า ยังไม่เคยได้รับการเรื่องร้องเรียนเลย ที่ร้องเรียนกันครั้งที่แล้วก็ได้สั่งการให้นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นประธานในการสอบสวนอยู่ก็ยังไม่เสร็จ แม้จะมีนามบัตรของนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีอยู่ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าลายเซ็นจริงหรือไม่ ดังนั้น ต้องช่วยกันแก้ไขให้ได้ว่าการโยกย้ายตำรวจจะทำอย่างไรให้เป็นไปตามหลัก คุณธรรมจริยธรรม หากจะต้องเสียเงินเสียทองเพื่อจะเลื่อนยศหรือตำแหน่งมันก็เป็นความอัปยศ


เมื่อถามว่า ระดับสารวัตรยังต้องจ่ายเงินกันถึง 7-8 หลัก นายสุเทพกล่าวว่า มีคนพูดอยู่เรื่อยๆ แต่ขอว่าให้ได้หลักฐานจังๆ สักที หรือสักคนก็ยังดี แต่หากนายกรัฐมนตรีสั่งการมาที่ตนก็จะพยายามหาคนที่รู้ทางหนีทีไล่มาขุดคุ้ย เอามาดูหน่อย แต่ตอนนี้ยังไม่กล้าปรักปรำใคร หากมีหลักฐานจะหาทางสืบสวนสอบสวน


นายสุเทพกล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ระบุว่า ภายในเดือนกุมภาพันธ์ จะเรียกประชุม ก.ต.ช. เพื่อเลือก ผบ.ตร.ว่า ไม่ทราบ เพราะตนรับผิดชอบในส่วนของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เท่านั้น

เมื่อถามว่า หากยังแก้ปัญหาไม่ได้อาจจะต้องให้ พล.ต.อ.ปทีป รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ไปจนเกษียณอายุราชการ นายสุเทพกล่าวว่า "ตอนนี้ก็รักษาการไปก่อน เรื่องนี้ตอบยากจริงๆ ขอความกรุณาเรื่องนี้อย่ามาถามผมอีกได้ไหม เพราะถามไปผมตอบลำบาก"


ด้าน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. กล่าวถึงการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งรอง ผบก.-สว.ว่า ยังไม่มีบุคคลใดร้องเรียนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ในการแต่งตั้งแต่อย่างใด มีเพียงข่าวเท่านั้น ซึ่งตนยืนยันหากมีใครมาร้องเรียนจะดำเนินการตรวจสอบดำเนินการให้ความเป็น ธรรม


"ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ตั้ง พล.ต.อ.ธานี มาดูแลเรื่องซื้อขายตำแหน่งนั้น ผมยังไม่ทราบและยังไม่เห็นหนังสือ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้เรียกผมเข้าไปสั่งการอะไรเป็นพิเศษในเรื่องนี้ และไม่ได้สั่งการให้ไปชี้แจงแต่อย่างใด" พล.ต.อ.ปทีปกล่าว


วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.สมศรี พัฒนาคม สวญ.สภ.ม่วงค่อม จ.ลพบุรี ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็น ต่อ พล.ต.อ.ปทีป กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้าย


พ.ต.ท.สมศรีกล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. สำนักงานกำลังพล และนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ซึ่งตนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบกฎเกณฑ์การแต่งตั้งของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ประกอบกับเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2552 พล.ต.อ.ปทีปได้มีหนังสือเวียน เลขที่ 0009.231/00199 ถึงผู้บัญชาการทั่วประเทศเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ในข้อ 7 ของหนังสือระบุว่า สำหรับข้าราชการตำรวจที่ได้รับรางวัลชนะเลิศสถานีตำรวจตามโครงการพัฒนาสถานี ตำรวจเพื่อประชาชนประจำปี 2552 แต่ละกลุ่มตำแหน่งให้หน่วยพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ และให้พิจารณาเลื่อนตำแหน่งทุกราย


"ผมได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการโรงพักเพื่อประชาชนใน ระดับสารวัตรใหญ่หัวหน้าสถานี และเข้ารับประกาศเกียรติคุณจาก รรท.ผบ.ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2552 พร้อมกันนี้ สถานีตำรวจม่วงค่อมยังได้รับรางวัลชนะเลิศมวลชนสัมพันธ์ดีเด่นอันดับ 1 ของตำรวจภูธรภาค 1 รางวัลฝึกตำรวจดีเด่นอันดับ 2 อีกด้วย แต่เมื่อพิจารณาแต่งตั้งใน บช.ภ.1 ผมไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง" พ.ต.ท.สมศรีกล่าว และว่า ตามหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้ายตนมีคุณสมบัติครบ อยากถามว่า บช.ภ.1 เอาหลักเกณฑ์อะไรมาตัดสินที่ไม่พิจารณาแต่งตั้งตน และในคำสั่งนี้ บางโรงพัก เช่น สภ.คลองสิบสอง สภ.สวนพริกไทย หัวหน้าสถานีอยู่ไม่ถึง 1 ปี ก็ถูกโยกย้ายออกไปอีสาน ทั้งๆ ที่ได้รางวัลดีเด่นโรงพักเพื่อประชาชนเหมือนกัน แต่สารวัตรที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาฯ ผู้กำกับการเสนอย้ายออกนอกหน่วยเพราะมีพฤติกรรมไม่ดีกลับได้รับการเลื่อน ตำแหน่งเป็นรองผู้กำกับการ


พ.ต.ท.สมศรีกล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรมกับคนทำงาน คนทำบัญชีแต่งตั้งของภาคได้ดี มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ เรื่องวิ่งเต้นตนไม่ว่า แต่คนทำงานไม่ได้รับการพิจารณา ใครจะมีกำลังใจทำงานเพื่อประชาชน


วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 23:20:29 น. มติชนออนไลน์

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1265202018&grpid=00&catid=

"แม้ว"จัดตั้งกองทัพปชช. ดัน"บิ๊กจิ๋ว"เป็นผบ.สส.คุม ขีดเส้นตายบีบรบ.เจรจา ก่อนลุยขั้นแตกหักปลายก.พ.

"พัลลภ"นำทีม"ขัตติยะ" แกนนำเสื้อแดงพบ"ทักษิณ"ดูไบ ประกาศตั้งกองทัพ ปชช. ให้"บิ๊กจิ๋ว"เป็น ผบ.สูงสุด แบะท่าให้เวลา รบ.ติดต่อเจรจา ขีดเส้นตายปลาย ก.พ. ไม่มีคำตอบลุยแตกหัก

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงการเดินทางไปดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต ว่า ได้หารือกันว่า ตอนนี้ทุกส่วนที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และฝ่ายที่เห็นความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประชาธิปไตย และสองมาตรฐานในประเทศ ได้มาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว จึงตั้งเป็นกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (กปช.) โดยมีมติที่จะให้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ของกองทัพประชาชนนี้ เพื่อนำการต่อสู้นำความสงบสุขและประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา แต่เราจะต่อสู้กันในแนวทางของเรา เพราะทนไม่ไหวกับสภาพบ้านเมือง


"แม้ว"ทวิตผู้มีพระคุณเยี่ยมอื้อ


เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทวิตข้อความผ่านเว็บบล็อก Twitter.com ว่า ขอโทษแฟนๆ ด้วยนะครับที่หายไป 2-3 วัน เนื่องจากมีเพื่อนมาเยี่ยมทั้งจากต่างประเทศและจากประเทศไทยหลายคณะ บางคน ก็มีบุญคุณกับผมในช่วงผมลำบากอยู่ต่างประเทศ บางคนก็เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็ต้องให้เวลาเขามากหน่อย ได้ไปดูโรงแรมที่สร้างอยู่กลางทะเลทราย ตีกอล์ฟบ้าง บ้างพาไปดูการลงทุน อีกครั้งหนึ่งครับ ขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งเข้ามา และขอโทษที่ไม่สามารถตอบโดยตรงไปที่ทุกคนได้ทั่วถึงครับ


"พัลลภ-ขัตติยะ-กีร์-สุพร"ไปจริง


ด้านแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี แกนนำ พท. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง พร้อมแกนนำคนเสื้อแดงอาทิ นายสุพร อัตถาวงศ์ และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ไปยังเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อไปพบกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นการไปพร้อมกองเชียร์กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง ซึ่งจัดคณะไปเยี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณในลักษณะของทัวร์ คาดว่าจะมีการหารือเพื่อเตรียมชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง หลังวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อกดดันการพิจารณาคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งศาลจะมีคำพิพากษาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ และทั้งหมดจะกลับวันที่ 4 กุมภาพันธ์


"แม้ว"ย้อนรอยตั้งกองทัพปชช.


พล.อ.พัลลภให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า หารือกันว่าตอนนี้ทุกส่วนที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณและฝ่ายที่เห็นความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประชาธิปไตย และสองมาตรฐานในประเทศมาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เราจึงตั้งเป็นกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (กปช.) เรามีมติที่จะให้ พล.อ.ชวลิตเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ของ กปช. เพื่อนำการต่อสู้นำความสงบสุขและประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา แต่เราจะต่อสู้กันในแนวทางของเรา เพราะทนไม่ไหวกับสภาพบ้านเมือง


พล.ต.ขัตติยะกล่าวว่า ตอนนี้ถือว่าพวกเราสมบูรณ์รวมเป็นหนึ่ง ทั้งพรรค แนวร่วม และกองกำลัง เพราะวันนี้มี พล.อ.พัลลภ และตนเอง ที่จะมาช่วยดูแลเรื่องยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการต่อสู้ จนตั้ง กปช. เพราะตอนนี้ประชาชนแม้แต่ทหาร ตำรวจ ล้วนมีความเป็นสีแดงอยู่ภายในใจ แต่ยังไม่มีโอกาสแสดงออกเท่านั้น จะมาร่วมกองทัพประชาชนของเราในการต่อสู้


"พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำกลุ่มเสื้อแดง และพท. หารือถึงแผนการต่อสู้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ และมีมติจัดตั้งเป็นกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประกาศพร้อมเจรจากับรัฐบาล ก่อนแตกหักในปลายเดือนนี้" พล.ต.ขัตติยะกล่าว


รอรบ.เจรจาก่อนแตกหักกพ.


พล.ต.ขัตติยะกล่าวว่า การไปพบ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่ดูไบ ไม่ได้ไปรับเงินเพื่อเคลื่อนไหว เพราะขนาดค่าตั๋วเครื่องบินยังออกกันเองเลย แต่ทำเพื่อความยุติธรรม เพื่อชาติบ้านเมือง และประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ยอมรับว่ามาประชุมหารือกันว่า แนวทางการต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเอาอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และพร้อมที่จะเจรจากับรัฐบาล แต่ไม่ใช่ต่อรองเรื่องคดียึดทรัพย์ แต่นายกฯทักษิณ ต้องการให้มีการยุบสภา แล้วนำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ แล้วเลือกตั้งกันใหม่


"ท่านขอเวลาก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่ เพื่อรอให้รัฐบาลติดต่อเจรจาเข้ามาเสียก่อน แต่เราคงมีเวลาให้แค่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถ้าช่วงนี้ คุยกันได้ก็ดี แต่ถ้าเลยจากนี้เป็นขั้นการปลดปล่อยกองทัพประชาชนแล้ว นายกฯทักษิณจะไม่สามารถควบคุมม็อบได้แล้ว เพราะเราตกลงกันแล้วว่า ถ้าพวกเราเดินหน้าท่านก็ไม่สามารถมาหยุดพวกเราได้แล้วเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะรุนแรงหรือไม่ หากมีการชุมนุมใหญ่แล้ว ตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาสั่งหยุดอะไรไม่ได้แล้ว เราจะเดินหน้าเต็มที่" พล.ต.ขัตติยะกล่าว


แดงชุมนุมหน้าค่าย2ชม.จบ


ก่อนหน้านี้ วันเดียวกัน เวลา 13.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)-แดงทั้งแผ่นดิน แถลงผลการประชุมแกนนำคนเสื้อแดง ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ว่า เวลา 09.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ คนเสื้อแดงทุกจังหวัดจะนัดพบกันในแต่ละจุด จากนั้นแกนนำส่วนกลางจะจัดรายการพิเศษ ซึ่งออกอากาศทางพีเพิ่ลชาแนล ชื่อรายการ "ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์" เพื่อรายงานสดความคืบหน้าสถานการณ์ของแต่ละจังหวัด จากนั้นเวลา 10.00 น.นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.-แดงทั้งแผ่นดินจะอ่านแถลงการณ์ "ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์" พร้อมกับแกนนำทุกจังหวัด และเนื่องในวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน ทุกกลุ่มจะเข้ามอบดอกป๊อปปี้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทหารกล้าและทหารผ่านศึกทุกนาย แทนความผูกพันระหว่างคนเสื้อแดงกับทหารของประชาชน ซึ่งทุกอย่างจะจบลงภายใน 2 ชั่วโมงคือ 09.00-11.00 น.


นัดบุก"อสส.-ตร.-ปปช.-กกต."


นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าปฎิทินคนเสื้อแดงหลังเริ่มจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00-15.00 น.จะไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เพื่อยื่นสอบถาม 3 คดีสำคัญคือ คดีครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง ของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี คดีการครอบครองพื้นที่เขาสอยดาว ของกลุ่มทุนธนาคารกรุงเทพ จำกัด ที่มี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเป็นประธานที่ปรึกษาธนาคาร และคืบหน้าคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ที่นำคำพูดของ น.ส.ดา ตอร์ปิโด อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ไปอ่านและขยายความบนเวทีของกลุ่มพันธมิตร ทราบมาจากคนในสำนักงานอัยการสูงสุดว่าคดีนี้อัยการสั่งฟ้องไปแล้ว แต่ไปติดอยู่ที่คณะกรรมการที่นายอภิสิทธิ์ตั้งขึ้น มีแนวโน้มที่จะถ่วงรั้งเพื่อช่วยปกป้องนายสนธิ จนส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงกับสถาบันพระมหากษัตริย์และระบบกฎหมายทั้งหมด


ปัดฝีมือแดงปาอึบ้านนายกฯ


นายณัฐวุฒิกล่าวว่า วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00-18.00 น.จะไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตร. เพื่อสอบถามคดียึดทำเนียบรัฐบาล สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ ภูเก็ตและหาดใหญ่ ที่ยังไม่คืบหน้า วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 12.00-18.00 น.จะไปสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีพรรคประชาธิปัตย์ เช่น คดีการขายทรัพย์สินของ คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) คดีรถดับเพลิง และอีกหลายกรณีกำลังจะขาดอายุความ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00-18.00 น. ไปสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคดี 258 ล้านบาทว่าได้ดำเนินการไปอย่างไร


นายณัฐวุฒิกล่าวยืนยันว่า ไม่ได้เกิดขึ้นจากฝีมือของคนเสื้อแดงปาอึบ้านนายอภิสิทธิ์ และไม่ได้เป็นนโยบายหรือการสั่งการหรือมอบใครไปทำ แต่ที่ต้องรีบออกมาประกาศอย่างนี้ เพราะทิศทางข่าวนี้เริ่มมุ่งเป้ามายังคนเสื้อแดงทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง จ.พระนครศรี อยุธยา เชียงใหม่ อุดรธานี จันทบุรี และจ.ลพบุรี มีการระดมสมาชิกเพื่อไปชุมนุมบริเวณหน้าค่ายทหารในพื้นที่ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อแสดงพลังพร้อมกันทั่วประเทศ


มทภ.2รับมีทพ.เป็นการ์ดแดง


ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดง จะรวมตัวกันหน้าค่ายทหารในพื้นที่ 19 จังหวัดภาคอีสาน วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ว่าอยากขอร้องว่าให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ทหารทุกค่าย ยินดีรับฟังข้อเสนอ ขอให้คำนึงประเทศชาติบ้านเมือง อย่าก่อให้เกิดผลกระทบพี่น้องประชาชน


เมื่อถามว่ามีกลุ่มอาสาสมัครทหารพราน (ทพ.) ค่ายปักธงชัย จ.นครราชสีมาไปร่วมชุมนุมและเป็นการ์ดให้แกนนำคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคอีสานนั้น พล.ท.วีร์วลิตกล่าวว่า อาจจะเป็นเพียงบางส่วนที่มีความคิดเห็นของเขา แต่ก็ไม่ได้มีจำนวนที่มากมาย ได้เฝ้าติดตามดูและพูดคุยชี้แจง
ด้าน พ.อ.ศานติ สกุนตนาค ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 (ร.25 พัน 2) ค่ายรัตนรังสรรค์ จ.ระนอง เป็นประธานนพิธีการแสดงพลังของทหารในการปกป้องสถาบัน ผู้บังคับบัญชา และปฏิญาณเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีวินัย

ศาลล้มละลาย สั่ง “พายัพ ชินวัตร" และบริษัท ชินวัตรไทยซ๊อพ จำกัด ลูกหนี้บริษัทบริหารสินทรัพย์สาทร จำกัด ล้มละลาย พร้อมประกาศพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในราชกิจจานุเบกษา 2 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ มีประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย และบริษัท เฟิร์สท์ซ๊อพ จำกัด หรือบริษัท ชินวัตรไทยซ๊อพ จำกัด ซึ่งเป็นลูกหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายกลาง

โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์สาทร จำกัด เจ้าหนี้ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางขอให้ นายพายัพ ชินวัตร และบริษัท ชินวัตรไทยซ๊อพ จำกัด ลูกหนี้ เป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งประกาศคำสั่งพิทักษ์ดังกล่าวได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 หลังศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งในคดีหมายเลขแดงที่ ล. 13430/2552 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2552 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ นายพายัพ และบริษัท ชินวัตรไทยซ๊อพ เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483

ทั้งนี้ตามประกาศพิทักษ์ทรัพย์ระบุด้วยว่า นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเป็นต้นไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจ ตามมาตรา 22 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ที่จะ 1.จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป 2.เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สิน ซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่น 3.ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้

วันพุธที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

<<< ข้อเท็จจริงที่ควรรู้ เรื่อง หวยออนไลน์ รายชื่อผู้ได้โควต้า และการกลับไปกลับมาของโพลล์หวย >>>

มีการตั้งข้อสังเกตุและการกล่าวหากันว่า
หวยออนไลน์ หรือ หวยบนดินเป็นการมอมเมาประชาชน
รับไม่ได้จึงต้องยกเลิกไป
แล้วหวยปกติหรือที่เรียกว่าลอตเตอรี่ไม่เรียกว่ามอมเมาหรือ
แถมนอกจากไม่ยกเลิกแล้วยังพิมพ์มาขายเพิ่มขึ้นอีก จากข่าวนี้
"ที่ ประชุมได้อนุมัติให้สำนักงานสลากฯ จัดพิมพ์ลอตเตอรี่การกุศลเพิ่มอีก 16 ล้านฉบับ โดยเริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 16 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นโควตาของสภากาชาดไทย 4 ล้านฉบับ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีก 12 ล้านฉบับ จากปัจจุบันที่พิมพ์อยู่ 50 ล้านฉบับ ทำให้มีสลากทั้งสิ้น 66 ล้านฉบับ"
แบบนี้ไม่เรียกว่ามอมเมาหรือครับ

ส่วนคำพูดที่ว่า
เงินจากการขายหวยเป็นเงินบาปเอาไปบริจาคเพื่อการศึกษาทำไม
ลองไปดูรายชื่อ สมาคม มูลนิธิ และนิติบุคคลที่มาขอโควต้าขายฉลาก
คลิกดู
ได้ตาม Link ด้านล่างนี้
รายชื่อสมาคม/มูลนิธิ/องค์กรและนิติบุคคลที่ยื่นขอสลาก
พวกนี้ไม่ได้รอรับเงินบริจาคอย่างเดียว
แต่มาเป็นยี่ปั๊วหรือพ่อค้าขายส่งลอตเตอรี่รัฐบาลรายใหญ่เลยด้วยซ้ำ
ไปไล่ดูหลายๆ ชื่อ ก็มีพวกคุณธรรมจริยธรรมสูงหลายมูลนิธิ
แบบนี้ไม่เห็นมีใครว่า มาอาศัยเงินบาปไปใช้เลย
และรายชื่อขาใหญ่เหล่านี้แหล่ะ
ที่จะทำให้หวยออนไลน์เกิดไม่ได้
ไม่ใช่เพราะว่ามอมเมากว่าอย่างที่กล่าวหากันหรอก
แต่เป็นเพราะว่าขัดผลประโยชน์กันมากกว่า
เพราะถ้าปล่อยให้ขายหวยออนไลน์
รายได้ก็คงหดหายกันไปจำนวนมาก
ไม่รวมถึงไอ้โม่งที่คอยหักหัวคิวล็อตเตอรี่
หรือซิกแซกอ้างชื่อสมาคมต่างๆ
เพื่อจะได้โควต้ามากขึ้น
แถมยังมีการเตรียมการลดโควต้ารายย่อย
เพื่อมาเพิ่มให้กับโควต้าขาใหญ่เหล่านี้อีกด้วย
ผลประโยชน์เท่าไหร่ในแต่ละปีคิดดูก็แล้วกัน

ส่วนคำพูดประเภทเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นแบบนี้
"รม ว.คลัง ยัน จุดยืนของนายกฯ​และพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ต้น ไม่หนุนหวยออนไลน์ อัดรัฐบาลก่อนทำสัญญา ชี้ หากเป็นรัฐบาล ปชป. จะไม่ริเริ่มดำเนินการแน่นอน ระบุ เร็วเกินไปพูดเรื่องค่าชดเชย...."

แต่ข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้
คือ รัฐบาล ปชป. ริเริ่มนำกลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง สมัยรัฐบาลชวน
และมีโพลล์สำรวจเด้งรับสนับสนุนทันที
"ต่อ มาในสมัย รัฐบาล นายชวน หลีกภัย มีการเสนอเรื่องเข้า ครม. โดยนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจความเห็นประชาชนว่ามี 58.83% ที่เห็นด้วยกับการขายสลากออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการขายหวยออนไลน์ ขณะเดียวกันก็มีคนพิการ และประชาชนจำนวนมากออกคัดค้าน จน ครม. ต้องให้กระทรวงการคลังทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตีความการเปิดประมูลให้จาโก้มาดำเนินการเรื่องหวยออนไลน์ได้หรือไม่"

พอกลางปีที่แล้วช่วงที่อภิสิทธิ์จะไปนอก
และหลังจากพบนายทุนอเมริกา
หุ้นส่วนบริษัทที่เกี่ยวกับเรื่องหวยออนไลน์

ก็รับปากว่าจะเรียบร้อยเร็วๆ นี้
"ส่วน กรณีที่ บริษัท จีเทค ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในบริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จะฟ้องรัฐบาลไทยกรณีที่โครงการหวยออนไลน์ครั้งใหม่ยังไม่มีความชัดเจนนั้น นายตรีจักร กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง แต่จากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้พบนักลงทุนสหรัฐเมื่อช่วงเดือนก.ย.ที่ผ่านมา และนายกฯได้รับไปพิจารณาเกี่ยวกับโครงการหวยออนไลน์ รวมทั้งจะให้ความเป็นธรรม เพราะโครงการนี้ล่าช้ามาประมาณ 4 ปี ทำให้บริษัทเสียหาย

"ท่านได้แจ้งให้ทราบว่าก่อนที่ท่านจะออกจากประเทศไทย ท่านได้สอบถามสำนักงานสลากฯแล้ว สำนักงานสลากฯก็แจ้งให้ทราบว่ากำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ และก็บอกว่าจะเรียบร้อยเร็วๆนี้" นายตรีจักร กล่าว"

และโพลล์ประเทศนี้ก็เด้งรับลูก
ผลออกมาสนับสนุนหวยออนไลน์ทันที
ตามฟอร์มแบบนี้
"วาน นี้ สวนดุสิตโพล ได้ประกาศผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากกินแบ่ง รัฐบาลแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ด้วยเครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติ(สลากออนไลน์) ปรากฎว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 52.94% เห็นด้วยกับการเปิดจำหน่ายสลากออนไลน์ของรัฐบาล เนื่องจาก สามารถหาซื้อได้ง่าย สะดวก ได้จำนวนตามความต้องการ และซื้อหวยได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ประชาชนอีก 24.08% ไม่เห็นด้วยเพราะเชื่อว่าจะทำให้คนหันมาเล่นหวยกันมากขึ้น"

พอมาช่วงนี้โดนกระแสต่อต้านอีก
ก็กลับลำจะยกเลิกหวยออนไลน์อ้างเรื่องมอมเมาอีกแหล่ะ
แถมด้วยโพลล์ก็รับลูกคัดค้านทันทีเหมือนกัน แบบนี้
"วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553 15:03

เอแบคโพลล์ เผยผลสำรวจ พบ ประชาชนร้อยละ 53.6 ไม่เห็นด้วยกันหวยออนไลน์ หวั่นทำให้เกิดปัญหาสังคม"

ดูๆ แล้วเรื่องนี้ผมจึงต้องรวบรวมข่าวมาเก็บไว้
เพราะไม่ทันไรเริ่มมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงบางอย่าง
และการกลับไปกลับมาของคนพรรคนี้และโพลล์
ไม่แน่อนาคตอาจกลับลำมาหนุนหวยออนไลน์อีก
และตามด้วยโพลล์สนับสนุนทันที
เพื่อช่วยสร้างกระแสความชอบธรรมให้รัฐบาล
เชื่อเหอะว่าต่อให้เขียนดักคอแบบนี้
อนาคตก็จะเป็นอย่างที่บอก

ส่วนกรณีนี้ถ้าคิดจะจบง่ายๆ
ด้วยการยอมจ่ายค่าโง่
แล้วไม่มีคนรับผิดชอบ
หรือลากคอคนไปทำให้เกิดค่าโง่
มาลงโทษหรือชดใช้แทน
อนาคตก็คงได้เห็นมุกซูเอี๋ยกับบริษัท
แล้วมาทำสัญญาให้รัฐบาลเสียค่าโง่อีก
โดยอาจได้รับส่วนแบ่งจากค่าโง่ในภายหลัง
ทั้งในรูปเงินบริจาคพรรคการเมืองโดยตรง
หรือมาในรูปเงินใต้โต๊ะ
เพราะในเมื่อไม่มีคนผิดในการทำสัญญาค่าโง่ต่างๆ
ก็เป็นช่องทางทำมาหากิน
หรือสะสมเสบียงเพื่อการเลือกตั้งได้ง่ายๆ

โดย มาหาอะไร

-----------------------------------------------------------------------

คมชัดลึก > เศรษฐกิจ - การตลาด > ข่าวทั่วไป
รื้อโควตาลอตเตอรี่ใหม่ลดรายย่อยเหลือ50%
คม ชัดลึก :สำนักงานสลากฯ รื้อโควตาลอตเตอรี่ใหม่ ลดรายย่อยเหลือ 50% ดันนิติบุคคล-มูลนิธิเพิ่มเท่ากัน 25% อ้างคุมง่ายหากทำผิดกฎ พร้อมรื้อเกณฑ์คุณสมบัติผู้ที่จะได้รับโควตาใหม่หมดทุกประเภท บอร์ดอนุมัติสลากการกุศลเพิ่มอีก 16 ล้านฉบับ เริ่มงวด 16 ธ.ค.นี้ มั่นใจราคาลงแน่ ส่วนหวยออนไลน์ยังไม่คืบ บอร์ดตีกลับมาตรการเยียวยาทางสังคมไม่ชัดเจน แต่ต่อสัญญาเช่าตึกดูแลซอฟต์แวร์ไปอีก 1 ปี

นาย นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ว่า ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล วางหลักเกณฑ์ในการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) ใหม่ โดยเป็นผลจากการนำผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการปราบปรามการขายสลากฯ เกินราคา และอนุกรรมการวางหลักเกณฑ์จัดสรรสลากฯ มาพิจารณาเพื่อให้การจัดแบ่งโควตาการขายลอตเตอรี่มีความเข้มข้นขึ้น โดยต้องการปรับลดสัดส่วนการจัดสรรโควตาในส่วนของผู้จำหน่ายรายย่อย ที่มีกว่า 4 หมื่นราย แต่รับโควตาถึง 70% ของลอตเตอรี่ที่พิมพ์ขายแต่ละงวดให้เหลือเพียง 50% แล้วไปเพิ่มในโควตาในส่วนของสมาคม มูลนิธิ องค์กรการกุศล 70 แห่งจากเดิมที่มีสัดส่วน 15% เพิ่มเป็น 25% และนิติบุคคลจาก 15% เป็น 25% โดยขณะนี้กำลังจัดทำหลักเกณฑ์ จากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุมบอร์ดในครั้งต่อไป

“ขณะ นี้โควตาลอตเตอรี่ได้หมดสัญญากับสำนักงานสลากฯ ไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2550 แต่ไม่รู้ว่าสำนักงานสลากฯ ยังขายมาจนถึงวันนี้ได้อย่างไร โดยไม่มีสัญญาและยังคงยึดการจัดสรรโควตากันแบบโบราณ ให้รายย่อย 70% ซึ่งบางคนรับงวดละ 1-2 เล่มเท่านั้น เห็นว่าไม่เพียงพอที่จะมีรายได้จากการประกอบอาชีพดังกล่าว และเชื่อว่าคนเหล่านี้รับไปขายต่อ ซึ่งเราต้องการลดจำนวนเหล่านี้ลง ส่วนสมาคม มูลนิธิ องค์กรการกุศล บางแห่งก็ไม่ได้เสียภาษี ไม่ได้จดทะเบียนขอยกเว้นภาษี เราจึงปรับเกณฑ์ใหม่ที่ต้องการดูว่ามีรายชื่อสมาชิกอย่างไร ให้แนบมาด้วย” นายนครินทร์กล่าว

สำหรับ สาเหตุที่ต้องการให้นิติบุคคลและองค์กรการ กุศลเพิ่มขึ้น เพื่อให้สำนักงานสลากฯ สามารถควบคุม และป้องกันปัญหาต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง โดยหากไม่ปฏิบัติตามกฎของสำนักงาน ก็สามารถตัดสิทธิ์ได้ทันที ซึ่งจะสะดวกมากกว่าการลงไปควบคุมรายย่อยต่างๆ ที่สำคัญเมื่อได้เกณฑ์ในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการรับโควตาทุก ประเภทแล้ว สำนักงานสลากฯ จะยกเลิกรายชื่อผู้ที่ได้โควตาเดิมทั้งหมดทิ้ง แล้วเปิดรับสมัครใหม่ แต่คาดว่าคงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน เนื่องจากสำนักงานสลากฯ จะต้องทำหนังสือแจ้งผู้ที่ได้โควตาเดิมทุกราย และรอการตอบกลับมาหากต้องการโควตาเหมือนเดิมก็ต้องปรับปรุงคุณสมบัติให้ครบ ตามเกณฑ์ใหม่แล้วมาสมัครใหม่

นอก จากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการขายสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวผ่านเครื่องอัตโนมัติ (หวยออนไลน์) ที่สำนักงานสลากฯได้รายงานผลกระทบทางสังคมและมาตรการเยียวยาให้พิจารณา ซึ่งมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่คณะกรรมการได้ตีกลับมาตรการเยียวยาและให้ปรับปรุงมาตรการดังกล่าวให้เป็น รูปธรรมมากขึ้น เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ โดยสำนักงานสลากฯ ได้เสนอให้จัดตั้งกองทุนผู้ได้รับผลกระทบจากหวยออนไลน์ แต่กลับไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจและขอบเขตตามกฏหมายที่สำนักงานสลากฯ จะสามารถจัดตั้งกองทุนได้หรือไม่

อีก ทั้งรายได้จากหวยออนไลน์จะต้อง นำส่งเป็นรายได้รัฐบาล หากจัดสรรมาจัดตั้งกองทุนอาจผิดกฎหมาย ที่ประชุมจึงให้สำนักงานสลากฯ กลับไปทบทวนเรื่องนี้ ก่อนนำมาเสนอให้บอร์ดพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป และจะเชิญ นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ในฐานะประธานดำเนินงานสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการหวยออนไลน์ มาชี้แจงผลสรุปของผลสำรวจให้ที่ประชุมทราบด้วย

“ประธาน บอร์ดสลากฯ ขอให้ดูมาตรการเยียวยาให้เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่ทำเป็นสัญญาลอย ๆ เช่น การตั้งกองทุนเป็นอำนาจที่สำนักงานทำได้หรือไม่ ยอมรับว่าหลายมาตรการนั้นดำเนินการได้ทันที เช่น ตั้งศูนย์ฮอตไลน์ ขณะที่ผลกระทบป้องกันเด็กและเยาวชนนั้นให้สร้างความชัดเจนเช่นกัน โดยให้นำเสนอประชุมครั้งหน้า” นายนครินทร์กล่าว

อย่าง ไรก็ตาม สำนักงานสลากฯ ยืนยันว่า ยังต้องการเดินหน้าโครงการขายหวยออนไลน์ โดยล่าสุดคณะกรรมการได้อนุมัติให้ต่อสัญญาเช่าอาคาร บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่บางรักอีก 1 ปี เพื่อใช้เป็นศูนย์ดูแลระบบซอฟต์แวร์ของหวยออนไลน์ ซึ่งถือเป็นข้อผูกพันของสำนักงานสลากฯ ต่อโครงการหวยออนไลน์ และยังหวังว่าโครงการหวยออนไลน์น่าจะเปิดขายได้ภายในสิ้นปีนี้

นาย นครินทร์กล่าวอีกว่า ที่ ประชุมได้อนุมัติให้สำนักงานสลากฯ จัดพิมพ์ลอตเตอรี่การกุศลเพิ่มอีก 16 ล้านฉบับ โดยเริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 16 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นโควตาของสภากาชาดไทย 4 ล้านฉบับ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อีก 12 ล้านฉบับ จากปัจจุบันที่พิมพ์อยู่ 50 ล้านฉบับ ทำให้มีสลากทั้งสิ้น 66 ล้านฉบับ เชื่อว่าจะมีผลทำให้ปัญหาราคาสลากแพงนั้นลดลงได้ในระดับที่น่าพอใจ

นาย วันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ยอดตัวเลขการพิมพ์สลากที่แน่นอนแล้ว สำนักงานสลากฯ ต้องใช้เวลาอีก 1 เดือน ในการปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์ให้รองรับปริมาณการพิมพ์และการจัดสรรรางวัลที่ เพิ่มขึ้นให้เรียบร้อย ก่อนที่จะพิจารณานำมาตรการกระจายรางวัลที่ 1 เป็น 33 ครั้งมาใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาลอตเตอรี่ราคาแพง และปัญหาการรวมชุดลอตเตอรี่หมดไปอย่างแน่นอน

http://www.komchadluek.net/detail/20091026/34454/%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD50.html

-----------------------------------------------------------------------

งามหน้า! มูลนิธิสลากฯตัวฟาดค่าต๋ง ขูดยี่ปั๊วซาปั๊วคู่ละ7-9บาท

มูลนิธิสำนักงานสลากฯ ทำงามหน้าเรียกเก็บค่าหัวคิวจากยี่ปั๊ว ซาปั๊ว คู่ละ 7-9 บาท

แหล่ง ข่าวยี่ปั๊วขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สาเหตุที่คณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาสลากแพงแม้ จะมีการพิมพ์สลากเพิ่มอีก 4 ล้านฉบับ เพราะมีผู้แสวงหาผลประโยชน์จากการกินค่าหัวคิวจากโควตาสลากงวดละ 7-9 ล้านบาท โดยให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊วที่ต้องการสลากไปขายจ่ายสดรวดเดียว 48 งวด เป็นเงินรวม 432 ล้านบาท
แหล่ง ข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้ ยี่ปั๊วแทบทุกรายที่ซื้อสลากผ่านโควตามูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีนายชัยวัฒน์ พสกภักดี เป็นประธาน ซึ่งได้รับสลากพิเศษมากระจายให้รายย่อย 1 ล้านฉบับ จาก 4 ล้านฉบับ จะต้องจ่ายเงินพิเศษจากการรับสลากไปขายใบละ 7-9 บาท และต้องสั่งจ่ายเงินก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 48 งวด ทำให้ต้นทุนสลากที่ยี่ปั๊วรับซื้อผ่านทางมูลนิธิสำนักงานสลากฯ มีต้นทุนสูงกว่า 80 บาท ทั้งๆ ที่ควรจะอยู่ในระดับ 73-74 บาท
“เวลา นี้มีคนจากไหนก็ไม่รู้เข้ามาเรียกเงินพิเศษ 7-9 บาทต่อฉบับ 48 งวด นายหน้ากินหัวคิวจะได้เงินไปกินเปล่าเลย 400 ล้านบาทแล้ว หากขายโควตาได้ทั้งหมด 4 ล้านฉบับ ก็จะได้เงินไปถึง 1,300 ล้านบาท” ผู้ค้าสลากกล่าว
ขณะนี้สำนัก งานสลากฯ เตรียมที่จะพิมพ์สลากเพิ่มอีก 12 ล้านฉบับ โดยจะประชุมกันในวันที่ 17 พ.ย.นี้ เพื่อจะจำหน่ายงวดวันที่ 16 ธ.ค.นี้ ระยะเวลา 5 ปี หรือ 120 งวด ก็มีนายหน้าเรียกเก็บค่าหัวคิวแล้ว 5-7 บาทต่อใบ จะได้เงินไป 7,000 ล้านบาท ในขณะที่สลากยังราคาแพง
แหล่ง ข่าวจากกรรมการมูลนิธิสำนักงานสลากฯ กล่าวว่า แม้ยอดจะได้รับจัดสรรมา 1 หมื่นเล่ม หรือ 1 ล้านฉบับ แต่ข้อเท็จจริงได้รับแค่ 8,400 ฉบับ ส่วนที่เหลือนั้นมีคณะกรรมการรับไปจัดสรรให้ลูกข่าย มูลนิธิสำนักงานสลากฯ จึงไม่รู้เรื่อง บอร์ดจัดสรรเอง แต่ให้ส่วนลดแก่มูลนิธิสำนักงานสลากฯ 2%
ที่มา โพสต์ทูเดย์
http://news.hunsa.com/detail.php?id=19733

-----------------------------------------------------------------------

มือดีลดค่าต๋งโควตาสลากหลังยี่ปั๊วแหยง
วันที่ 2009-11-20 00:00:00 โดย post today - การเงิน

แหล่ง ข่าวจากยี่ปั๊วผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ กลุ่มผู้ที่ดำเนินการเรียกเก็บค่าหัวคิวในการจัดสรรโควตาสลากได้ปรับเปลี่ยน รูปแบบการจ่ายเงิน และปรับลดราคาค่าหัวคิวลงจากเดิม ที่เรียกเก็บค่าต๋งคู่ละ 7-9 บาท เหลือเพียงคู่ละ 3-5 บาท เนื่องจากมีผู้ค้าสลากจำนวนหนึ่งไม่ยอมจ่ายหลังจากมีการเพิ่มจำนวนสลาก การกุศล

นอกจากนี้ ผู้ค้าสลากจำนวนหนึ่งไม่สามารถหาเงินจำนวนมากมาจ่ายได้ทั้งหมดในคราวเดียว จนทำให้การจัดสรรโควตาสลากอีกจำนวน 6 ล้านฉบับ ที่เดิมนั้นสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกจำหน่ายในวันที่ 16 ธ.ค. 2552 ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 16 ม.ค. 2553 แทน เพราะยังไม่สามารถจัดสรรโควตาให้ครบถ้วน

สำหรับ การเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินนั้น กลุ่มผู้เรียกเก็บหัวคิวได้เปลี่ยนมาเป็นการเรียกเก็บค่าหัวคิวทั้งหมดเป็น ช่วงๆ ตามระยะเวลา เช่น 6 เดือนจ่าย 1 ครั้ง 3 เดือนจ่าย 1 ครั้ง เพื่อลดภาระให้แก่ตัวแทนจำหน่าย และเชื่อว่าราคาสลากจะลดลงจาก 120 บาท

สำหรับ บรรยากาศวันแรกที่สำนักงานสลากฯ ได้เรียกตัวแทนจำหน่ายสลากมาแสดงตัวเพื่อตรวจสอบข้อมูล ปรากฏว่ามีตัวแทนมาจำนวนมากมาแสดงตัว เพราะกลัวว่าจะถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นตัวแทนจำหน่าย

นาย วันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า การเรียกตัวแทนจำหน่ายมาแสดงตัว เพื่อยืนยันการเป็น ผู้จำหน่ายสลากและป้องกันการแอบอ้าง โดยตรวจสอบตัวแทนจำหน่ายในส่วนกลาง 11,021 ราย และนิติบุคคล 64 ราย ตั้งแต่ วันนี้-27 พ.ย. 2552 ส่วนในส่วนภูมิภาค 21,462 รายนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดและคลังจังหวัด จะเป็นผู้ตรวจสอบ


ที่มา : http://www.posttoday.com/finance.php?id=77051

-----------------------------------------------------------------------

"วันชัย"ซัดมิจฉาชีพอาละวาด
* ไทยโพส เศรษฐกิจ

31 สิงหาคม 2552 - 00:00 366 633

กอง สลากฯ งานเข้า หลังหนังสือลงนามโดยผู้อำนวยการปลิวว่อนแจกจ่ายประชาชน แจ้งได้สิทธิ์รับ เลขล็อกงวด 1 ก.ย.แต่ต้องโอนเงินเข้าบัญชีคณะกรรมการ 2 หมื่นบาทก่อน ด้าน "วันชัย" เตือนอย่าไปหลงเชื่อแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวง ยันไม่มีการล็อกเลขแน่นอน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าได้มีส่งหนังสือส่งถึงประชาชน เจ้าของกิจการ ร้านค้าทั่วไป โดยอ้างแหล่งที่มาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (กองสลาก) แจ้งว่าผู้ที่ ได้รับหนังสือเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเลขสามตัวท้ายของรางวัลที่จะทำการ ล็อกในงวดประจำวันที่ 1 ก.ย.2552 พร้อมทั้งให้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนเพื่อให้ติดต่อกลับคณะกรรมการออกสลากภาย ในวันที่ 29, 30 และ 31 ส.ค.2552 เวลา 08.00-14.00 น.เท่านั้น

หนังสือ ดังกล่าวยังมีการลงนามโดยนายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมทั้งลายเซ็นกำกับรวมถึงมีการลงนามรับรองว่าสำเนาถูกต้องโดยอ้างชื่อนาง วิมลลักษณ์ บุญยิ่งยงสถิตย์ เลขานุการฝ่ายการออกสลากอีกด้วย

"ใน ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยเช่นนี้ ทางกองสลากจำเป็นต้องทำการล็อกตัวเลขเพื่อทำให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์และ ประชาชนทั่วไปมีโอกาสในด้านการเงิน เป็นการกระจายรายได้สู่ชนบทและช่วยล้ม ล้างหวยเถื่อนอีกทางหนึ่งด้วย ในการออกรางวัลนายวันชัยและคณะกรรมการจะเป็น ผู้ควบคุมดูแลการออกรางวัลในครั้งนี้ทุกขั้นตอน จึงขอให้มั่นใจได้ว่าตัวเลขที่ได้รับเชื่อถือได้อย่างแน่นอน และเพื่อความปลอดภัยของทางคณะกรรมการจึงขอให้มีการเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความ ลับ" หนังสือระบุ

ผู้ สื่อข่าวได้ทดลองติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุไว้ในหนังสือ ปรากฏ ว่าผู้รับสายเป็นผู้ชาย และได้สอบถามว่าได้รับเอกสารที่คณะกรรมการส่งให้ด้วยตัวเองหรือไม่

เมื่อ ผู้สื่อข่าวยืนยันว่าได้รับด้วยตัวเอง ทางผู้รับสายก็ชี้แจงให้ทราบว่าจะได้รับสิทธิ์ตัวเลขเป็นเลขท้าย 3 ตัวของรางวัลที่ 1 แบบตรงๆ ไม่ต้องกลับ เพียง 1 ชุด เพียงแต่ต้องดำเนินการตามเงื่อนไข 2 ข้อ ได้แก่ 1.ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับอย่างที่สุดเพื่อไม่ให้ทางคณะกรรมการได้ รับผลกระทบ และ 2.หากต้องการยืนยันว่าอยากได้ตัวเลขจะต้องสมัครเป็นสมาชิกของกองสลาก โดยต้องจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวเป็นจำนวน 2 หมื่นบาท ซึ่งจะได้รับเลขท้าย 3 ตัว รวม 3 งวด คือ 1 ก.ย., 16 ก.ย. และ 1 ต.ค.นี้ หรือตกแล้ว 7,000 บาทต่องวด โดยจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีให้ทางคณะกรรมการ

แต่ เมื่อพยายามสอบถามถึงหมายเลขบัญชี ทางผู้รับสายระบุว่าให้ลองไปคิดก่อน และหากพร้อมให้โทรยืนยันอีกครั้ง ทางคณะกรรมการจึงจะแจ้งหมายเลขบัญชีให้ทราบ และเมื่อสอบถามว่าใครเป็นผู้พูดสายอยู่ จะมีการระบุทันทีว่า "ผม...วันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ครับ"

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า แม้เสียงพูดจะใกล้เคียงกับน้ำเสียงของนายวันชัย แต่เท่าที่ได้พูดคุยกับนายวันชัยบ่อยครั้ง จึงไม่น่าจะใช่ และเท่าที่ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ก็ไม่ใช่ของนายวันชัย

ด้าน นายวันชัยกล่าวว่า หนังสือแจ้งเรื่องล็อกเลขเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ แน่นอน โดยมีการส่งกระจายไปทั่วและหลายคนโทรศัพท์สอบถามมา ซึ่งได้ยืนยันไปว่าอย่าไปหลงเชื่อและให้ฉีกหนังสือทิ้งได้เลย เพราะกองสลากไม่มีการดำเนินการเช่นนั้นแน่นอน

"ขณะ นี้ยังพบว่ามีมิจฉาชีพ 2 กลุ่มใหญ่ที่กำลังระบาดอยู่ โดยกลุ่มแรกจะอ้างว่าสามารถล็อกเลขได้ และอีกกลุ่มจะอ้างว่ามีลอตเตอรี่ขายให้เป็นหมื่นฉบับสำหรับผู้ที่ต้องการนำ ไปขายต่อ ซึ่งยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้แน่นอน จึงขอฝากเตือนประชาชนว่าอย่าได้หลงเชื่อ" นายวันชัยกล่าว

-----------------------------------------------------------------------

ย้อนรอยค่าโง่ "หวยออนไลน์" คนผิดลอยนวล (ตามเคย)
เศรษฐกิจ มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ 24 ฉบับที่ 1251

พลัน เมื่อคำพิพากษาของศาลแพ่งตัดสินให้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชำระเงิน 2,500 ล้านบาทให้กับบริษัท จาโก้ จำกัด พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2543 ภายใน 30 วัน

ประเด็น เรื่อง "ค่าโง่" ของฝ่ายรัฐที่ต้องจ่ายให้เอกชน ก็กลับมาหลอกหลอนสังคมไทย ขึ้นอีกครั้ง

คำ พิพากษาดังกล่าวยืนตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ที่ดำเนินการชี้ขาดมาก่อนหน้านี้ว่า หน่วยงานรัฐสั่งชะลอโครงการที่บริษัทได้รับแต่งตั้งให้จำหน่ายสลากการกุศล หรือสลากอัตโนมัติหรือหวยออนไลน์ มีการทำสัญญาระยะเวลา 10 ปี โดยจัดหาเครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติจำนวน 5,000 เครื่อง ให้ผลิตสลากจำหน่ายงวดละ 14 ล้านฉบับ จนทำให้บริษัทมีความเสียหายเกิดขึ้น

หาก ย้อนไปถึงที่มาของคำว่า "ค่าโง่" ของกองสลากฯ แล้ว คงต้องย้อนไปดูกระบวนการชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2543 ซึ่งมี นายรัตน์ ศรีไกรวิน อดีตรองประธานศาลฎีกา เป็นประธาน นายพงษ์ศักดิ์ ปัณยาชีวะ เป็นตัวแทนฝ่ายบริษัท จาโก้ และ นายวัลลภ ตันติกุล อดีตอธิบดีอัยการฝ่ายที่ปรึกษา กรรมการประจำสำนักงานระงับข้อพิพาท สาขาประกันภัยและสาขาการลงทุน เป็นตัวแทนสำนักงานสลากกินแบ่งฯ

คำ ชี้ ขาดของอนุญาโตฯ ชุดนั้น ระบุว่า บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท จาโก้ ได้รับความเสียหายจริง หลังจากที่ได้ทำสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายและจ่ายรางวัลบำรุงการกุศลแบบ อัตโนมัติ (ตู้จำหน่ายล็อตโต้) กับสำนักงานสลากฯ แล้ว แต่ต่อมาสำนักงานสลากฯ มีหนังสือขอให้บริษัทหยุดดำเนินการเป็นตัวแทน จึงเห็นควรให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัท

เหตุการณ์ ดังกล่าวคล้ายคลึง กับการชดใช้ค่าเสียหายให้ภาคเอกชนในกรณีค่าโง่ทางด่วนก่อนหน้านี้ โดยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2543 "บีบีซีดี" ผู้รับเหมาก่อสร้างทางด่วนได้ยื่นคำร้องขอให้อนุญาโตฯ วินิจฉัยให้การทางพิเศษแห่งประเทศ (กทพ.) จ่ายค่าชดเชยแก่บีบีซีดีประมาณ 8,000 ล้านบาท อนุญาโตฯ ชุดนี้มี นายเธียร เจริญวัฒนา อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน นายวัลลภ ตันติกุล เป็นอนุญาโตฯ ฝ่าย กทพ. และ นายมรุธา วัฒนะชีวะกุล อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอนุญาโตฯ ฝ่ายบีบีซีดี ซึ่งมีมติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2544 ให้ กทพ. จ่ายบีบีซีดีเป็นเงิน 6,200 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อสู้กันในศาลแพ่งในประเด็นคำวินิจฉัยอนุญาโตฯ ไม่ชอบ

ดู เหมือนว่ารัฐบาลเองก็ออกอาการหงุดหงิดกับคำว่า "ค่าโง่" อยู่พอสมควร จับอาการจากการให้สัมภาษณ์ของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า "อย่าเพิ่งไปบอกว่าเป็นค่าโง่ ถ้ารัฐแพ้อะไรแล้วกลายเป็นค่าโง่หมด ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว"

เมื่อ ต้นทางของ "ค่าโง่" ครั้งนี้ ก็ต้องไล่ถึงรัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่มี นายบดี จุณนานนท์ รั้งตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง ได้มีการศึกษาวิธีแก้ปัญหาขายสลากเกินราคา โดยการนำวิธีจำหน่ายหวยออนไลน์มาใช้ ผู้ชนะการประมูลครั้งนั้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2539 คือ บริษัท เซลลูล่าร์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ในกลุ่มล็อกซเล่ย์ ซึ่งหลังจากนั้นได้จัดตั้งบริษัท จาโก โดยร่วมทุนกับจีเท็ค คอร์ปอเรชั่น จากสหรัฐ ขึ้นมาดำเนินการ และบริษัท จาโก้ ลงนามสัญญากับสำนักงานสลากฯ ในเช้าวันที่ 3 ธันวาคม 2539

หลัง จากเซ็นสัญญาไม่นานก็มีการเปลี่ยนรัฐบาล นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นวันแรก พบว่าเป็นการเซ็นสัญญาก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง ออกอาการ "รวบรัดเกินไป" ขณะเดียวกันก็มีเสียงโจมตีในสภา ทั้งในแง่การมอมเมา ผลกระทบต่อผู้พิการที่ค้าสลาก และการนำเข้าเครื่องจักรทั้งที่ประเทศประสบวิกฤตเศรษฐกิจ

นาย จา ตจุรนต์จึงสั่งชะลอโครงการ และให้ทีดีอาร์ไอ และมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ ศึกษานโยบายดังกล่าว ซึ่งได้ข้อสรุปตรงกันว่าหวยออนไลน์ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาขายสลากเกินราคาได้ จึงสั่งระงับโครงการในเดือนเมษายน 2540 แต่ก็ถูก นายอำนาย วีรวรรณ รัฐมนตรีคลังสมัยนั้น ประกาศสนับสนุนให้โครงการเดินหน้า แต่ยังไม่ทันได้เซ็นสัญญา ก็ลาออกจากตำแหน่งเสียก่อน

ต่อ มาในสมัย รัฐบาล นายชวน หลีกภัย มีการเสนอเรื่องเข้า ครม. โดยนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจความเห็นประชาชนว่ามี 58.83% ที่เห็นด้วยกับการขายสลากออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการขายหวยออนไลน์ ขณะเดียวกันก็มีคนพิการ และประชาชนจำนวนมากออกคัดค้าน จน ครม. ต้องให้กระทรวงการคลังทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตีความการเปิดประมูลให้จาโก้มาดำเนินการเรื่องหวยออนไลน์ได้หรือไม่

ปรากฏ ว่ากฤษฎีกาตีความแล้ว การดำเนินการดังกล่าวถือว่าไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน กระทรวงการคลังจึงสั่งยกเลิกสัญญา เอกชนอ้างว่าเกิดความเสียหาย และนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ และเป็นที่มาที่รัฐต้องจ่ายค่าเสียหาย แต่รัฐบาล นายชวน หลีกภัย ก็ยังไม่จ่ายเงิน เรื่องจึงบานปลายเข้าสู่การพิจารณาของศาล โดยใช้เวลาพิจารณาคดีประมาณ 3-4 ปี

เรียง ลำดับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว ก็จะทำให้เข้าใจสายสนกลในของเรื่องได้ว่า ตัวละครแต่ละช่วงขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ใด เพราะสลากที่จำหน่ายอยู่ 46 ล้านฉบับต่องวดในทุกวันนี้ มีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ถึงเกือบ 10 บาทต่อฉบับ ให้บรรดายี่ปั๊วได้กินได้ใช้มาช้านาน

ผล ประโยชน์อันมหาศาลนี้แหละที่ ขับเคลื่อนกลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกมาทักท้วงต่อต้าน หรือแม้แต่ทำให้ฝ่ายนโยบายต้องชะลอล่าช้าการตัดสินใจออกไปได้ทั้งสิ้น

มา ถึงวันนี้ก็ต้องจับตาดูว่า ยุคสมัยคิดใหม่ ทำใหม่ ของไทยรักไทย จะรับมือกับเผือกร้อนก้อนนี้อย่างไร

แต่ หวังว่ารัฐบาลคงจะไม่รีบยอม ความเจรจาประนีประนอมกับบริษัทจาโกเสียตั้งแต่ต้นมือ โดยยังไม่ได้ต่อสู้จนถึงที่สุดเสียก่อน เพราะจะตอบคำถามสาธารณชนลำบาก ขณะเดียวกัน กระบวนการในการหาคนผิดมาลงโทษก็ต้องกระทำควบคู่กันไปอย่างเข้มข้น

นอก จากนี้ ต้องนำบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีตมาล้อมคอกการพิจารณาจัดจ้างผู้วางระบบเกม สลากแบบใหม่ (หวย ออนไลน์) ไม่ให้ซ้ำรอยเดิม เพราะเอกชนที่มายื่นซองประมูล 5 ราย มีบริษัท ล็อกซเล่ย์ ซึ่งยังคงจับมือกับ จีเทค ของสหรัฐอเมริกา และมีบริษัท จาโก้ เป็นบริษัทลูกเข้าร่วมด้วย

ซึ่ง หากถึงท้ายที่สุด รัฐต้องเจียดเงินงบประมาณหลายพันล้านไปให้ "คู่สัญญา" ที่เกิดจากความรวบรัดดำเนินการของรัฐบาลชุดหนึ่ง การชะลอโครงการจากรัฐบาลชุดหนึ่ง และการทบทวนโครงการของรัฐบาลชุดหนึ่ง

แถม "คู่สัญญา" บางรายอาจจะได้ค่าโง่อีกด้วยแล้ว รัฐบาลจะตอบคำถามประชาชนได้อย่างไร ?

หน้า 22
http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2004q3/article2004aug06p7.htm

-----------------------------------------------------------------------

ซัดรัฐบาลก่อน ทำสัญญา กรณ์ไม่สนล้มหวย
* โดย ไทยรัฐออนไลน์
* 7 มกราคม 2553, 07:10 น.

รม ว.คลัง ยัน จุดยืนของนายกฯ​และพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ต้น ไม่หนุนหวยออนไลน์ อัดรัฐบาลก่อนทำสัญญา ชี้ หากเป็นรัฐบาล ปชป. จะไม่ริเริ่มดำเนินการแน่นอน ระบุ เร็วเกินไปพูดเรื่องค่าชดเชย...

เมื่อ วันที่ 6 ม.ค. นายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ ถึงการสั่งยกเลิกหวยออนไลน์ ของนายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นจุดยืนของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ ของพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ต้น ที่จะไม่ดำเนินการหวยออนไลน์ ก่อนที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาล

เมื่อ ถามว่า การยกเลิกโครงการในขณะนี้ ช้าเกินไปหรือไม่ นายกรณ์​ กล่าวว่า ไม่ถือว่า ช้าเกินไป เพราะยังไม่ได้ดำเนินการ ส่วนการจ่ายค่าชดเชยให้กับบริษัท ลอกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี นั้น คิดว่าเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องดังกล่าว เนื่ิองจาก ต้องรอผลการศึกษาของคณะกรรมการชุดที่มีนายเกียรติ สิทธีอมร กรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เป็นประธาน ศึกษาข้อกฎหมาย ที่จะต้องใช้เวลาศึกษาใน 30 วัน

นาย กรณ์ กล่าวอีกว่า หวยออนไลน์ไม่ได้ดำเนินการในรัฐบาลชุดนี้ แต่เป็นรัฐบาลก่อนที่ไปดำเนินการทำสัญญา ยืนยันว่าหากเป็นรัฐบาลชุดนี้จะไม่เริ่มดำเนินการอย่างแน่นอน

ด้าน นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ ถึงเรื่องดังกล่าว ว่า ไม่มีความขัดแย้งใด ๆ กับนายกรัฐมนตรี แม้แต่ปลายเส้นผม และพร้อมดำเนินการทุกอย่างตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยต้องขอรอผลสรุปของคณะทำงานของนายเกียรติ ก่อน

http://www.thairath.co.th/content/eco/57279

-----------------------------------------------------------------------

(เพิ่มเติม) ศาลฎีกาฯ งดอ่านคำพิพากษาคดีหวยออนไลน์วันนี้ หลังจาโก้ขอสืบพยานเพิ่ม
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 7 ตุลาคม 2009 15:16:04 น.
ศาลฎีกางดอ่านคำพิพากษาคดีหวยออนไลน์ที่บริษัท จาโก้ ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานสลากกิน แบ่งรัฐบาลกรณีที่ชะลอโครงการออกไป เนื่องจากทางบริษัท จาโก้ ต้องการให้มีการนัดสืบพยานเพิ่มเติม ทั้งนี้ ยังไม่สามารถกำหนดวันเวลาที่ชัดเจนว่าศาลฎีกาจะนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้ง เมื่อใด

ผู้พิพากษา กล่าวว่า บริษัทผู้ร้องขอให้ศาลฯ งดการอ่านคำพิพากษา เนื่องจากต้องการให้มีการนัดสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นการพิจารณาของศาลฎีกา

ทั้งนี้ นายประทีป เหมือนเตย เจ้าของสำนวนคดีบริษัทจาโก้ ระบุว่า ทางจาโก้ต้องการขอสืบพยานเพิ่มเติมอีก 9 ปาก รวมถึงการขอส่งเอกสารเพิ่มเติมอีก 15 รายการ

ขณะที่ผู้พิพากษา ระบุว่า สำนักงานสลากฯ ในฐานะผู้คัดค้าน ให้จัดทำคำคัดค้านส่งกลับมาที่ศาลภายในวันที่ 9 ต.ค.52 จากนั้นเจ้าหน้าที่จะมีการรวบเอกสารส่งให้องค์คณะผู้พิพากษาศาลฏีกาพิจารณา ต่อไป

ด้านนายตรีจักร ตันฑ์ศุภศิริ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด บริษัทในกลุ่มบมจ.ล็อกซเลย์ (LOXLEY) กล่าวว่า เหตุที่บริษัท จาโก้ ขอสืบพยานเพิ่ม เนื่องจากบริษัทเพิ่งได้รับข้อมูลสำคัญใหม่ จึงได้ขอยื่นข้อมูลดังกล่าวต่อศาลฯ

"ไม่ใช่ว่าเราจะแพ้คดี แต่เรามีข้อมูลใหม่ที่สำคัญเราก็ยื่นให้ศาลฯ"นายตรีจักร กล่าว

ส่วน กรณีที่ บริษัท จีเทค ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในบริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จะฟ้องรัฐบาลไทยกรณีที่โครงการหวยออนไลน์ครั้งใหม่ยังไม่มีความชัดเจนนั้น นายตรีจักร กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง แต่จากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้พบนักลงทุนสหรัฐเมื่อช่วงเดือนก.ย.ที่ผ่านมา และนายกฯได้รับไปพิจารณาเกี่ยวกับโครงการหวยออนไลน์ รวมทั้งจะให้ความเป็นธรรม เพราะโครงการนี้ล่าช้ามาประมาณ 4 ปี ทำให้บริษัทเสียหาย

"ท่านได้แจ้งให้ทราบว่าก่อนที่ท่านจะออกจากประเทศไทย ท่านได้สอบถามสำนักงานสลากฯแล้ว สำนักงานสลากฯก็แจ้งให้ทราบว่ากำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ และก็บอกว่าจะเรียบร้อยเร็วๆนี้" นายตรีจักร กล่าว

ขณะเดียวกัน นายตรีจักร กล่าวว่า ตามที่ได้พูดคุยกับทางสำนักงานสลากกินเบ่งรัฐบาล คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายหวยออนไลน์ได้ในเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนจะเริ่มวันไหนได้ เมื่อไร ต้องรอคณะกรรมการสำนักงานสลากกิน แบ่งรัฐบาลอนุมัติเรื่องนี้อย่างเป็นทางการเสียก่อน

ทั้งนี้ เรื่องการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับหวยออนไลน์เพื่อประเมินผลกระทบ ทางสังคมก็ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ส่วนซอฟท์แวร์ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ทุกอย่างบริษัทยืนยันว่าทำตามพ.ร.บ. สลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517

"สบายใจขึ้น แต่ก็ต้องรอจนกว่าจะขายเป็นทางการเสียก่อน โครงการนี้รอมา 4 ปีกว่าๆ ไม่อยากพูดเรื่องรายจ่าย ระยะคืนทุนเรายาวขึ้น"นายตรีจักร กล่าว

วานนี้ สวนดุสิตโพล ได้ประกาศผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากกินแบ่ง รัฐบาลแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ด้วยเครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติ(สลากออนไลน์) ปรากฎว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 52.94% เห็นด้วยกับการเปิดจำหน่ายสลากออนไลน์ของรัฐบาล เนื่องจาก สามารถหาซื้อได้ง่าย สะดวก ได้จำนวนตามความต้องการ และซื้อหวยได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ประชาชนอีก 24.08% ไม่เห็นด้วยเพราะเชื่อว่าจะทำให้คนหันมาเล่นหวยกันมากขึ้น
--อินโฟเควสท์ โดย จารุวรรณ ไหมทอง/กษมาพร/ศศิธร โทร.0-2253-5050 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--

http://www.ryt9.com/s/iq05/721523

-----------------------------------------------------------------------

โพลล์ชี้คนค้านหวยออนไลน์

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553 15:03
เอแบคโพลล์ เผยผลสำรวจ พบ ประชาชนร้อยละ 53.6 ไม่เห็นด้วยกันหวยออนไลน์ หวั่นทำให้เกิดปัญหาสังคม

ดร.นพ ดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เอแบคเรียลไทม์โพลล์ เรื่อง เปรียบเทียบแนวโน้มความรู้สึกนึกคิดของประชาชนต่อกรณีหวยออนไลน์ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 1,063 ครัวเรือน พบว่า ประชาชนที่คิดว่าหวยออนไลน์จะเป็นการมอมเมาคนไทยมากขึ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากร้อยละ 52.4 ในเดือนมิถุนายนปี 2552 มาอยู่ที่ร้อยละ 53.6 ในการสำรวจครั้งนี้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้คนไทยเล่นหวยมากขึ้น ส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.2 มองว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่กวดขันจริงจัง ในขณะที่ร้อยละ 73.2 มองว่า เป็นความง่ายในการเล่น และร้อยละ 72.6 มองว่า คนไทยชอบเสี่ยง ซึ่งส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.8 คิดว่า หากเล่นหวยแล้วจะทำให้ติด และอยากเล่นต่อไปเรื่อยๆ

ผล สำรวจยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.1 เป็นห่วงว่าหากเด็กและเยาวชนมีการเล่นหวยมากยิ่งขึ้นจะทำให้เกิดปัญหาสังคม ตามมาโดยเฉพาะแหล่งการพนัน อบายมุขที่จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งประชาชนเกินครึ่ง หรือ ร้อยละ 58 ไม่เห็นด้วยกับการมีหวยออนไลน์ในสังคมไทย โดยให้เหตุผลว่า สังคมไทยเป็นสังคมแห่งพระพุทธศาสนาควรช่วยกันลดอบายมุขมากกว่าส่งเสริม หวยออนไลน์ เป็นการมอมเมาประชาชน เป็นต้น และเมื่อถามถึงท่าทีของรัฐบาลต่อกรณีหวยออนไลน์ พบว่า แนวโน้มของประชาชนที่มองว่า รัฐบาลควรต่อสู่คดีความกับบริษัทเอกชนเพื่อไม่ให้หวยออนไลน์เกิดขึ้นในสังคม ไทยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 52.9 ในการสำรวจครั้งล่าสุด

http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=84044

-----------------------------------------------------------------------

สรุปความเป็นมาเรื่องหวยออนไลน์
๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๙ - สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศเชิญชวนเอกชนเป็นผู้แทนจำหน่ายและจ่ายรางวัลแบบอัตโนมัติ


- หลังนายประภัตร โพธสุธน เห็นชอบให้ลงนามในสัญญาไม่ถึงชั่วโมง รัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้เข้าบริหารประเทศต่อจากนายบรรหาร ศิลปอาชา

- นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลดี-เสียของโครงการนี้ โดยมีผลสรุปให้ยกเลิกสัญญาสัมปทาน

- แต่ ดร. อำนวย วีรวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นว่า การยกเลิกสัญญาจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศและจะส่งผล กระทบต่อภาพพจน์ของรัฐบาล จึงได้สั่งให้สำนักงานสลากกินแบ่งฯดำเนินโครงการนี้ต่อไป แต่ให้ปรับปรุงเงื่อนไขของสัญญาเพื่อไม่ให้เสียเปรียบและกระทบต่อผู้ค้าสลาก เดิม

- ช่วงนั้น มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยครั้ง ทั้งสองฝ่ายจึงได้ขอระงับสัญญาไว้ชั่วคราว

- จนกระทั่งนายชวน หลีกภัย ได้จัดตั้งรัฐบาล นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ได้นำโครงการนี้ขึ้นมาพิจารณาต่อ โดยอ้างว่าเอกชนได้ยื่นเรื่องเรียกร้องความเสียหายต่ออนุญาโตตุลาการไปแล้ว ถ้าไม่ดำเนินการ เอกชนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐกว่า ๑,๓๖๙ ล้านบาท เพราะสัญญาต่าง ๆ มีผลผูกมัดไปหมดแล้วล้มเพราะขัด กม. ร่วมทุน ๓๕

ลำดับเหตุการณ์ตามวันที่

รัฐบาลนายชวน หลีกภัย (๒๓ ก.ย. ๓๕ - ๑๓ ก.ค. ๓๘) นายบุญชู ตรีทอง รมช. คลัง ผู้กำกับดูแล (๒๙ ก.ย. ๓๕ - ๑๑ ธ.ค. ๓๗) และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมช. คลัง ผู้กำกับดูแล(๑๗ ธ.ค. ๓๗ - ๑๓ ก.ค. ๓๘)
- นายบุญชู ตรีทอง เห็นชอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งฯศึกษาวิธีจำหน่ายสลากแบบอัตโนมัติ

รัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา (๑๓ ก.ค. ๓๘ - ๒๕ พ.ย. ๓๙) นายประภัตร โพธสุธน รมช.คลัง ผู้กำกับดูแล
๒๘ มิ.ย. ๓๙ - นายประภัตร โพธสุธน เห็นชอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งฯ ออกประกาศเงื่อนไขการเชิญชวนเอกชนเป็นผู้แทนจำหน่ายและจ่ายรางวัลแบบ อัตโนมัติ
๗ พ.ย. ๓๙ - บริษัทจาโก จำกัด ชนะประมูล
๒๗ ก.ย. ๓๙ - นายบรรหาร ศิลปอาชา ยุบสภาฯ เป็นรัฐบาลรักษาการ
๒๙ พ.ย. ๓๙ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็น รมช. คลัง แต่ยังไม่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์
๓ ธ.ค. ๓๙ - นายประภัตร โพธสุธน เห็นชอบให้สำนักงานสลากกินแบ่งฯ เซ็นสัญญากับ `จาโก' ก่อนหน้านายจาตุรนต์ ฉายแสง เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ไม่กี่ชั่วโมง

รัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ (๒๕ พ.ย. ๓๙ - ๗ พ.ย. ๔๐) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมช.คลัง ผู้กำกับดูแล
๒๔ ม.ค. ๔๐ - นายจาตุรนต์ ฉายแสง สั่งชะลอโครงการ และให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยร่วมกับสถาบันวิจัยฯ แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศึกษาผลกระทบ
๒๙ ธ.ค. ๔๐ - `จาโก' ขอรับหนังสือสัญญาค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารคืนจากสำนักงานสลากกินแบ่งฯเพื่อ ยืนยันว่าสองฝ่ายยินยอมให้มีการระงับใช้สัญญาไว้ชั่วคราว

รัฐบาล `ชวน ๒' (๙ พ.ย. ๒๕๔๐) นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล รมช. คลังผู้กำกับดูแล
๒๘ ก.ย. ๔๑ - `จาโก' ประกาศฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานสลากกินแบ่งฯ ๑,๓๖๙ ล้านบาท
๔ ม.ค. ๔๒ - `จาโก' ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสำนักงานอนุญาโตตุลาการ
๑๒ ม.ค. ๔๒ - อนุญาโตตุลาการนัดคู่พิพาทชี้แจงแนวทางในชั้นอนุญาโตตุลาการ
พ.ค. ๔๒ - อนุญาโตตุลาการนัดสืบพยานครั้งแรก แต่ทั้งสองฝ่ายได้เจรจายอมความกันเรียบร้อยแล้ว
๑๖ ส.ค. ๔๒ - สองฝ่ายแก้ไขสัญญา โดย
(๑) `จาโก' ยินยอมสละสิทธิ์ไม่เรียกร้องค่าเสียหายจากการที่สำนักงานฯไม่ปฏิบัติตามสัญญา ลว.๓ ธันวาคม ๒๕๓๙ เงิน ๑,๓๖๙ ล้านบาท
(๒) แก้ไขการเป็นตัวแทนจำหน่ายและจ่ายรางวัลจากที่กำหนดไว้อย่างต่ำ ๑๔ ล้านฉบับ เงินไม่น้อยกว่า
๕๖๐ ล้านบาทเป็นปีแรกไม่น้อยกว่า ๒ ล้าน ฉบับ เงินไม่น้อยกว่า ๘๐ ล้าน และจะเพิ่มขึ้นปีละ ๑ ล้านฉบับ หรือกว่านั้นตามที่บริษัทฯ ร้องขอ
(๓) สำนักงานฯตกลงยกเลิกคำสั่งชะลอหรือระงับสัญญา และให้บริษัทฯ และสำนักงานฯ ปฏิบัติตามสัญญานับแต่วันที่อนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาดสัญญาประนีประนอมยอม ความฉบับนี้ และขยายระยะเวลาการเป็นตัวแทนจำหน่ายจากเดิมกำหนดไว้ ๑๐ ปี เป็น ๑๕ ปี
(๔) บริษัทฯ ให้สิทธิสำนักงานฯ คัดเลือกตัวแทนจำหน่ายย่อยเพิ่มจากที่กำหนดไว้ร้อยละ ๒๕ เป็นร้อย ละ ๓๕ ของจำนวนเครื่องจำหน่ายที่ติดตั้ง
(๕) บริษัทฯ ตกลงมอบเงินค่าตอบแทนพิเศษแก่สำนักงานฯเป็นสวัสดิการแก่พนักงานในอัตราส่วน ๕๐/๕๐ โดยมอบค่าตอบแทนพิเศษเมื่อสิ้นปีที่ ๑ - ๕ ปีละ ๑ ล้านบาท สิ้นปีที่ ๖ - ๑๐ ปีละ ๓ ล้านบาท และสิ้นปีที่ ๑๑ - ๑๕ ปีละ ๕ ล้านบาท
(๖) ลดจำนวนการติดตั้งเครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติ จากเดิม ๓,๐๐๐ เครื่องทุกจังหวัดภายใน ๖ เดือน เป็นไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เครื่องภายใน ๑๒ เดือน
๒๑ ก.ย. ๔๒ - คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นโครงการที่ดำเนินการขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้
เอกชน เข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ `จาโก' โนติสสำนักงานสลากกินแบ่งฯ บอกเลิกสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายและเรียกค่าเสียหาย ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท
๔ ธ.ค. ๔๓ - คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาด
(๑) สัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายและจ่ายรางวัลสลากบำรุงการกุศลแบบอัตโนมัติ ลว. ๓ ธ.ค. ๓๙ ที่คู่กรณีแต่งตั้ง `จาโก' ผู้เสนอข้อพิพาทเป็นผู้แทนจำหน่ายสลากบำรุงการกุศลไม่อยู่ในบังคับและไม่ขัด ต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๓๕ สัญญามีผลผูกพันคู่กรณีที่จะต้องปฎิบัติตามข้อสัญญาที่ตกลงกันไว้และผู้เสนอ ข้อพิพาทคงอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนจำหน่ายและจ่ายรางวัลสลากลำรุงการกุศลแบบ อัตโนมัติ
(๒) ให้สำนักงานสลากกินแบ่งฯ ชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัทจาโก ๒,๕๐๘,๕๙๓,๗๑๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี

-----------------------------------------------------------------------

09.08 น. LOXLEY : แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2550 (เพิ่มเติม)

Posted on Tuesday, March 13, 2007

ที่ ต.4 /2550
วันที่ 13 มีนาคม 2550
เรื่อง แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2550 (เพิ่มเติม)
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตาม ที่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ได้แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 2/2550 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2550 ให้ท่านทราบแล้วแต่ยังมีข้อมูลในบางส่วนของการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่ม ทุนให้แก่บริษัท เอกภาวี จำกัด ที่ควรรายงานเพิ่มเติม จึงขอรายงานเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

1. มีมติให้ออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,921,030 หุ้น เพื่อจำหน่ายให้แก่ บริษัท เอกภาวี จำกัด ในราคาตลาดคำนวณจากราคาปิดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทย้อนหลัง 7 ? 15 วันทำการติดต่อกันก่อนวันกำหนดราคาเสนอขายทั้งนี้เพื่อให้การเพิ่มทุนครั้ง นี้ เพื่อให้ฐานทุนมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการประมูลงาน

2. รายการตามข้อ 1. เป็นการจำหน่ายให้แก่บริษัท เอกภาวี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท จึงถือเป็นรายการเกี่ยวโยง บริษัทฯ จึงขอเปิดเผยสารสนเทศตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้
1. วันเดือนปีที่เกิดรายการ : หลังจากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2550
(วันประชุมผู้ถือหุ้น 24 เมษายน 2550)

2. คู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกัน
ผู้ซื้อ : บริษัท เอกภาวี จำกัด
ผู้ขาย : บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)
ความสัมพันธ์ระหว่างกัน : บริษัท เอกภาวี จำกัด เป็นผู้ถือหุ้น
รายใหญ่ ของบริษัทฯ (27.75%)

3. ลักษณะโดยทั่วไปของรายการ : บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)
ออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,921,030 หุ้นให้บริษัท เอกภาวี จำกัด
ทั้ง นี้เพื่อให้ฐานทุนมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการประมูลงาน ดังนั้นรายการดังกล่าวจึงถือเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและการเปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียน

4. รายละเอียดของสินทรัพย์ที่จำหน่าย
ชื่อบริษัท : บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)
ประเภทธุรกิจ : การพาณิชย์
ทุนจดทะเบียน : 2,000,000,000.-บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 2,000,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.-บาท
ทุนชำระแล้ว : 1,998,078,970.-บาท
แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 1,998,078,970 หุ้น
มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.-บาท
จำนวนหุ้นที่จำหน่าย : หุ้นสามัญ 1,921,030 หุ้น
คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.096%
สัดส่วนการถือหุ้นก่อนทำรายการ: บริษัท เอกภาวี จำกัด ถือหุ้นสามัญ 554,420,030 หุ้น ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.75 ของทุนชำระแล้ว
สัดส่วนการถือหุ้นหลังทำรายการ: บริษัท เอกภาวี จำกัดถือหุ้นสามัญ 556,341,060 หุ้น สัดส่วนร้อยละ 27.85 ของทุนจดทะเบียน

รายชื่อกรรมการบริษัทเป็นดังนี้:
1. นายไพโรจน์ ล่ำซำ 2. นายธงชัย ล่ำซำ
3. นายสุกิจ หวั่งหลี 4. นายศุภชัย หวั่งหลี
5. นายภูมิชาย ล่ำซำ 6. นายวสันต์ จาติกวณิช
7 . นายสืบตระกูล สุนทรธรรม 8. นายจรูญ ชินาลัย
9. นายหริส สูตะบุตร 10. นายวิเชียร วัฒนคุณ
11. นายสุรพันธ์ ภาษิตนิรันดร์ 12.นายสมภพ เจริญกุล
13. นายสุรช ล่ำซำ 14. นายดุสิต นนทะนาคร

รายชื่อกรรมการหลังทำรายการ:
-ไม่มีการเปลี่ยนแปลง-

รายชื่อผู้ถือหุ้นก่อนทำรายการ (วันปิดสมุดทะเบียน 5 เม.ย.2549) :
1. บริษัท เอกภาวี จำกัด ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 27.75 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 554,420,030 หุ้น
2.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 4.78 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 95,555,627 หุ้น
3. REFFLES NOMINEES (PTE) LIMITED ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 4.75 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 95,000,000 หุ้น
4. นางอำไพ หาญไกรวิไลย์ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 2.00 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 40,000,000 หุ้น
5. นายไพโรจน์ ล่ำซำ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ1.78 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 35,589,030 หุ้น
6. นางเบญจวรรณ กัมปนาทแสนยากร ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 1.65 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 33,041,000 หุ้น
7.นายธงชัย ล่ำซำ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 1.27 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 25,459,090 หุ้น
8. นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 1.22 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 19,229,710 หุ้น
9.นายบรรยงค์ ล่ำซำ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 0.96 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 19,229,710 หุ้น
10. DBS Vickers Securities (Singapore) PTE LTD. ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 0.865 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 33,041,000 หุ้น

รายชื่อผู้ถือหุ้นหลังทำรายการ :
1. บริษัท เอกภาวี จำกัด ร้อยละ 27.85 ของทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น สามัญ 556,341,060 หุ้น
2. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 4.78 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 95,555,627 หุ้น
3. REFFLES NOMINEES (PTE) LIMITED ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 4.75 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 95,000,000หุ้น
4. นางอำไพ หาญไกรวิไลย์ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 2.00 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 40,000,000 หุ้น
5. นายไพโรจน์ ล่ำซำ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 1.78 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 35,589,030 หุ้น
6. นางเบญจวรรณ กัมปนาทแสนยากร ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 1.65 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 33,041,000 หุ้น
7. นายธงชัย ล่ำซำ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 1.27 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 25,459,090 หุ้น
8. นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 1.22 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 19,229,710 หุ้น
9. นายบรรยงค์ ล่ำซำ ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 0.96 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 19,229,710 หุ้น
10. DBS Vickers Securities (Singapore) PTE LTD. ถือหุ้นสัดส่วน ร้อยละ 0.865 ของทุนชำระแล้ว จำนวนหุ้นสามัญ 33,041,000 หุ้น

มูลค่า ของสินทรัพย์ที่ขาย : ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 2/2550 การคำนวณรายการ เกี่ยวโยง จึงขอใช้ราคาปิดถัวเฉลี่ย 15 วันทำการ นับจากวันที่ 16 ก.พ.2550 ถึง 9 มี.ค. 2550 ในราคาหุ้นละ 1.74 บาท รวมเป็นเงิน 3,342,592.20 บาท

ขนาด รายการ = 0.086% ซึ่งขนาดรายการมากกว่า 1 ล้านบาท แต่น้อยกว่า20 ล้านบาท หรือมากกว่า 0.03 % แต่น้อยกว่า 3 % ของมูลค่าทรัพย์สินที่มีตัวตนสุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 (จะมีการคำนวณราคาจริงตามราคาปิดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นก่อนเสนอขายตาม มติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2550)

5. วัตถุประสงค์ในการจำหน่าย : การเพิ่มทุนครั้งนี้เพื่อให้ฐานทุนมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการประมูลงาน

6. ชื่อของบุคคลที่เกี่ยวโยงของบริษัทเอกภาวี จำกัด :
1.นายไพโรจน์ ล่ำซำ เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น
2. นายธงชัย ล่ำซำ เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น
3. นายสืบตระกูล สุนทรธรรม เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น
4. นายวสันต์ จาติกวณิช เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น
5.นายศุภชัย หวั่งหลี เป็นผู้ถือหุ้น
6. นายภูมิชาย ล่ำซำ เป็นผู้ถือหุ้น
7. นายสุรช ล่ำซำ เป็นกรรมการ
กรรมการที่มีส่วนได้เสียหรือกรรมการที่เกี่ยวโยงกันไม่เข้าร่วมประชุมและงดออกเสียงในวาระเรื่องการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันนี้

7. ความคิดเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ :เห็นว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้ เพื่อให้ฐานทุนมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อ รองรับการประมูลงาน

3. ยกเลิกระเบียบวาระการประชุม(เพิ่มเติม) วาระที่ 7 พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน (ถ้ามี)

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ
บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)



(นายพิชัย หมู่พุทธรักษ์)
เลขานุการคณะกรรมการบริษัทฯ

http://www.moneychannel.co.th/Menu6/ขาวบรษทจดทะเบยน/tabid/118/newsid622/15758/Default.aspx