วันอังคารที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ทักษิณ ชินวัตร: แถลงการณ์ กรณีการเสนอข่าวเท็จของ timesonline

แถลงการณ์ฉบับที่ 7 ของ พ.ต.ท. ทักษิณ กรณี การเสนอข่าวเท็จของ timesonline

9 พฤศจิกายน 2552
ที่มา – Thaksinlive

กรณี การเสนอข่าวเท็จของ timesonline

ตามที่มีการเสนอข่าวใน www.timesonline.co.uk วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 พาดหัวข่าวว่า “Ousted Thai leader Thaksin Shinawatra calls for ‘shining’ new age after King’s death” ซึ่งเป็นการบิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ของผมโดยสิ้นเชิง และ การเสนอข่าวที่เป็นความเท็จดังกล่าวก่อให้เกิดความสับสนเข้าใจผิดในหมู่ผู้ อ่านข่าวและในหมู่คนไทยตามมา ซึ่งผมขอกราบเรียนข้อเท็จจริงดังนี้

1. ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์ตามเนื้อความที่ว่า “calls for ‘shining’ new age after King’s death” การพาดหัวข่าวดังกล่าว เป็นการกระทำของ timesonline ที่เป็นเท็จทั้งสิ้น ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์เช่นนั้น

2. ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์ไปตามที่มีข้อความที่ว่า “called for reform of the country’s revered monarchy and spoken of a ‘shining’ new age after the era of the ailing King, Bhumibol Adulyadej.” การเขียนข่าวดังกล่าวเป็นการกระทำของ timesonline ที่เป็นเท็จทั้งสิ้น ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์เช่นนั้น

3. ผมไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไปกระทบสถาบันใดๆ เลย แต่ในทางตรงกันข้ามระหว่างการสัมภาษณ์นั้นได้ปกป้องสถาบันว่า อยู่เหนือการเมืองและเทิดทูนสถาบันว่า เป็นที่เทิดทูนของคนไทยทั้งปวงและคนหนึ่งคนใดไม่ควรดึงสถาบันให้มาเกี่ยว ข้องกับการเมือง

4. ผมได้สัมภาษณ์เทิดทูนพระเกียรติและพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร

ผมรู้สึกเสียใจต่อการนำเสนอข่าวของ timesonline ในครั้งนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมกำชับผู้สัมภาษณ์ว่าเรื่องสถาบันเป็นเรื่องสูงและละเอียดอ่อน ต้องนำเสนอข่าวให้ตรงกับสิ่งที่ผมพูด ผมจึงขอประณาม timesonline ที่เสนอข้อความเท็จ และสร้างความสับสนเรื่องนี้ ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ครอบครัวผมและตัวผมมีความจงรักภักดีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพร้อมสละชีวิตเพื่อปกป้องสถาบันเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน

พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
9 พฤศจิกายน 2552


ทักษิณแห่งประเทศไทยมาถึงกัมพูชาแล้ว


พนมเปญ กัมพูชา – ช่างภาพเอเอฟพีรายงานว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรที่กำลังลี้ภัยเดินทางถึงเมืองหลวงของกัมพูชาเมื่อวันอังคาร เพื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่เป็นผู้ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้กับรัฐบาล

นัก ข่าวเอเอฟพีที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า ทักษิณเดินทางมาด้วยเครื่องบินส่วนตัวขนาดเล็กเทียบท่าสนามบินนานาชาติ พนมเปญ และได้รับการคุ้มกันตัวด้วยรถขบวนที่มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ไปยังเมืองหลวงของกัมพูชา

การ เยือนกัมพูชาครั้งนี้จะยิ่งสร้างความตึงเครียดระหว่างประเทศเพื่อนบ้านไทย ซึ่งได้ทวีความรุนแรงมากขี้นตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว เมื่อกัมพูชาได้แต่งตั้งทักษิณ – ซึ่งถูกการทำรัฐประหารปล้นอำนาจในปี ๒๔๔๙ และอยู่ในระหว่างการลี้ภัย – ให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

ตาม ภาพ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรแห่งประเทศไทย ลงจากเครื่องบินที่ท่าอากาศยานกองทัพบกที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา เมื่อวันอังคาร ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ กัมพูชาประกาศว่าอดีตนายกทักษิณ ชินวัตรที่กำลังลี้ภัย เดินทางมากัมพูชาเมื่อวันอังคารนี้ก็เพื่อทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้ กับรัฐบาล กระพือความตึงเครียดให้กับเพื่อนบ้านสองประเทศ

วันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ร่วมใจเสื้อแดง

พี่น้องรักประชาธิปไตยทุกท่านช่วยกันถอนเงินในบัญชีออกมาจากธนาคารออมสินให้หมดเพราะรัฐบาลจะกู้ทิ้งทวนโดยจะทำการถอนเงินวันที่17พยนี้พี่น้องต้องช่วยกันถอนเงินที่มีอยู่ในวันที่16พยนี้พร้อมกันทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ห า ย น ะ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ภ า ย ใ ต้ เ งื้ อ ม มื อ รั ฐ บ า ล อุ้ ม ส ม ข อง อำ ม า ต ย์

เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับบรรยากาศการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นอกสภาฯ จึงขอหยิบยกเรื่องราวความหายนะของประเทศไทยมานำเสนอท่านผู้อ่านเพียงบางส่วนเท่านั้น



ป ร ะ ก า ร แ ร ก

นโยบายเศรษฐกิจของตนเอง ตามหลักวิชาการไม่ปรากฎให้เห็น ไม่มีการแถลงนโยบายที่ผ่านทีมเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ กล่าวในเชิงเปรียบเทียบแล้ว ทีมเศรษฐกิจภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่งในการนำเสนอยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแบบ Dual tracts จะเรียกภาษาไทยให้ไพเราะหน่อยก็เป็น ท วิ วิ ถี หรือ คู่ขนานหรือสองแนวทาง คือด้านเศรษฐกิจรากหญ้าภายในประเทศและเศรษฐกิจระดับมหภาคระหว่างประเทศออกมาเป็นรูปธรรมก็คือ

การแก้ปัญหาคนยากจนและพวกเอสเอ็มอีกับการเพิ่มจีดีพีโดยอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และการค้าระหว่างประเทศ มีการแก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้คนยากจนที่อยู่ใต้เส้นความยากจนประมาณ 20 % ของประชากรลดลงมาเหลือประมาณ 10 % และลดต่ำลงอีก เกิดสวัสดิการจากรัฐในด้านการรักษาพยาบาลที่โดดเด่นที่สุดในโลก รวมทั้งอุดหนุนการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยโครงการกู้ยืมเพื่อการศึกษาตั้งแต่มัธยมถึงอุดมศึกษา

โครงการเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ขยายโอกาส โดยการสร้างแบรนด์โอทอปให้โด่งดังและเปลี่ยนจากอาชีพเสริมของปราชนในชนบท ให้เป็นรายได้หลักของประชาชน มีการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีจนมีขนาดเกือบครึ่งของจีดีพีประเทศไทย

การสร้างตลาดใหม่ ๆ เพื่อการส่งออก ทำให้กระจายความเสี่ยงได้ดี เมื่อเศรษฐกิจประเทศยักษ์ใหญ่เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ตกต่ำลงหรือชะลอตัว ทำให้การส่งออกประเทศไทย ยามมีวิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งนี้จึงรุนแรงน้อยกว่า เกาหลี สิงคโปร์ เพราะเรามีการค้าประเทศอื่น ๆ มากขึ้น

ปัญหาการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอี ผู้ส่งออกและผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย รายจิ๋ว ได้รับการดูแลเอาใจใส่รวมทั้งกองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มแอล ตลอดจนสินเชื่อและโครงการที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยเช่น โครงการบ้านมั่นคง บ้านเอื้ออาทร ตัวอย่างที่ผู้เขียนยกมาเป็นเพียงบางส่วนที่เด่นดังเท่านั้น และหน่วยงานที่จะเป็นประโยชน์ได้ถูกตั้งขึ้นมาเช่น ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบที่พยายามปรับปรุงให้ผู้ประกอบการรายย่อยไทยได้ ใช้สนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างมีแผนการ แน่นอนว่าแนวทางใหญ่นั้นรัฐเข้ามาวางแผนดูแลจัดการเศรษฐกิจไม่ได้ปล่อยตาม บุญตามกรรมแบบเศรษฐกิจการตลาดเสรีนิยมใหม่แบบเดิมของรัฐบาลประชาธิปัตย์ใน อดีต

มาถึงรัฐบาลชุดนี้นับแต่ได้รับการอุ้มสมเข้ามาเป็นรัฐบาลจากระบอบอำมาตยา ธิปไตยที่มีขุนศึกทำรัฐประหารมีตุลาการภิวัฒน์และอันธพาลครองเมือง หาได้มีแนวทางนโยบายและยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใด ๆ


ที่ผู้เขียนเห็นก็มีแต่การก็อปปี้จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคไทยรักไทยเดิม ทั้งสิ้น โดยไม่กระดากอายและไร้เกียรติภูมิ ที่เคยด่าว่าเขาสาดเสียเทเสีย รวมทั้งนักวิชาการเศรษฐกิจ การเมืองที่เคยด่าว่า นโยบายเศรษฐกิจของคุณทักษิณ พากันปิดปากสนิท ไม่เห็นโจมตีรัฐบาลอภิสิทธิ์แบบเดียวกับที่เคยโจมตีคุณทักษิณป่นปี้ไม่มี ชิ้นดีมาก่อน


เรื่องนี้เป็นการเปิดเผยตัวตของรัฐบาลประชาธิปัตย์ปัจจุบัน และนักวิชาการคอลัมนิสต์เศรษฐกิจการเมืองของค่าย นสพ. จำนวนหนึ่งว่ามีคุณค่าพอที่จะบริหารประเทศหรือคุณค่าที่จะเป็นปากเสียดงดูแล ผลประโยชน์ให้ประชาชนหรือไม่


นอกจากก็อปปี้โครงการทุกอย่างของไทยรักไทยแล้ว ยังก็อปปี้ดโครงการที่เรียกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจต่างประเทศมา
เช่น เช็คช่วยชาติและการใช้เงินกู้จำนวนมากมาถลุงเป็นก้อนใหญ่มหาศษลเป็นจำนวน หนี้สาธารณะสูงถึงประมาณ 60 % ของมูลค่าจีดีพี 9 ล้านล้านบาท โดยเอาอย่างประเทศทุนนิยมตะวันตกที่มีการพัฒนาสูงและมีรายได้จากภาษีอากร สัดส่วนสูงกว่าเรามาก



ป ร ะ ก า ร ที่ ส อ ง

ผลจากการกู้เงินมาใช้จ่ายเป็นจำนวนสูงมาก โดยไม่คำนึงถึงว่าจะสร้างประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่ จะสร้างหายนะให้กับประเทศไทยที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เอาเป็นว่าอย่างแรกคือเราจะมีรายได้พอที่จะจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นจำนวน หนึ่งได้เพียงพอหรือไม่ ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดู เงินกู้ประมาณ 5 ล้านล้านบาท ที่จะถึงจำนวนนี้ใน 4 – 5 ปีข้างหน้า ดอกเบี้ยอย่างเดียว


ถ้า 1 % ก็ 5 หมื่นล้านบาท / ปี
ถ้า 2 % ก็ 1 แสนล้านบาท / ปี


นี่คิดเฉพาะดอกเบี้ยเท่านั้น แล้วประเทศไทยจะใช้หนี้อย่างไรเกิดเป็นหนี้ทบต้นไปเรื่อย ๆ ไม่หายนะกันได้อย่างไร

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลางเปิดเผยว่า ภาคการคลังของไทยจะอ่อนแอมากในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า รัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณในการจ่ายหนี้สูงถึงปีละ 1.8 แสนล้านบาท และมีภาระงบสวัสดิการสูงมาก การ พรบ. กู้เงินและ พรก. กู้เงินใหม่ 7 – 8 แสนล้านบาททำให้ยอดการขาดดุลการคลังต่อปีสูงถึง 7 %

สัดส่วนหนี้สาธารณะสูงถึง 60 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทยปัจจุบันนี้จะจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าสามหมื่น ล้านต่อปี (แต่จะถึงแสนล้านบาทใน 4 – 5 ปีข้างหน้า) นี่ถ้าคิดดอกเบี้ย 3 % ยิ่งหนักอีกเพราะรัฐบาลนี้ขายพันธบัตรให้คนร่ำรวยในประเทศให้ดอกเบี้ยสูง ถึง 4 % ต่อปี

ปัจจุบันนี้ต้องชำระหนี้ (เงินต้นบวกดอกเบี้ย) เฉลี่ยปีละ 1.5 แสนล้านบาทอยู่แล้ว

“ก็น่าจะเพิ่มเป็น 2 แสนล้านบาทต่อปีในเร็ววันนี้”


ประโยคหลังนี้เป็นของผู้เขียน แล้วประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในเมื่อรายได้ลดแต่รายจ่ายเพิ่มจนน่าตกใจ




ป ร ะ ก า ร ที่ ส า ม

การจ่ายที่ไม่มีประสิทธิภาพไม่ได้ประโยชน์ แต่ใช้เพื่อหาคะแนนนิยม ซ้ำมีการคอร์รัปชั่นโกงกินหาผลประโยชน์อย่างมูมมาม กินเล็กกินน้อย ตั้งแต่ปลากระป๋องเน่าในถุงยังชีพ โครงการชุมชนพอเพียง ที่โกงเงินชุมชน โครงการคอร์รัปชั่นของไทยเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณสุขนี้ล้วนมีหลักฐานที่ ถูกเปิดโปงมากแล้วทั้งสิ้น แต่ที่รอการเปิดโปงมีอีกมากมาย

โครงการไทยเข้มแข็งที่แบ่งตามกระทรวงต่าง ๆ เห็นชัดว่าเป็นการแบ่งเค้กทางการเมืองให้กับพรรคร่วมรัฐบาลเต็มที่ โครงการต่าง ๆ จำนวนมากก็เป็นโครงการเดิม ๆ ที่กลุ่มเนวิน และเพื่อนพ้องทำไว้ตั้งแต่รัฐบาลพลังประชาชนจำนวนหนึ่งและแบ่งเค้กใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกโดยมิได้มียุทธศาสตร์เศรษฐกิจแต่ประการใด เป็นโครงการใครเข้มแข็ง ?

ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันหมดในปัจจุบัน ผู้รับเหมากลุ่มใดจะได้ประโยชน์ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ระดับชาติ จะเปิดเผยตัวตนออกมาว่าเกี่ยวข้องกับนักการเมืองร่วมรัฐบาลเพียงใด การถลุงเงินก้อนใหญ่ที่กู้มากที่สุดของประเทศไทยหลายล้านล้านบาท

ครั้งนี้หวังจะใช้เงินสร้างฐานเสียให้แน่นหนาในภูมิภาคของพรรคร่วมรัฐบาล โดยหวังบดขยี้พรรคฝ่ายค้านด้วยอำนาจเงินจากภาษีอากรประชาชนก้อนมหึมาและ อำนาจรัฐที่หนุนช่วยของระบอบอำมาตยาธิปไตยเพื่อจะได้กุมอำนาจรัฐถาวรโดยวิธี ที่ไม่สนใจว่าประเทศจะหายนะอย่างไร เท่ากับเอาประเทศชาติเป็นเดิมพันเอาไปจำนองจำนำ

นี่เป็นวิธีคิดแบบเดียวกับกองกำลังอันธพาลนอกระบบอนุรักษ์นิยมที่ยึดสนาม บินสุวรรณภูมิ สนามบินท้องถิ่น บุกยึดทำเนียบรัฐบาล สถานที่ราชการที่ไม่นำพากับหายนะประเทศไทย ผู้นำกองทัพที่ทำรัฐประหารก็คิดแบบนี้เช่นกัน ไม่สนใจว่าประเทศชาติจะหายนะ ทำการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ตั้งงบประมาณให้หน่วยงานความมั่นคง กระทรวงกลาโหมสูงขึ้นกว่าเดิมมากมาย

มาถึงพรรครัฐบาลของอำมาตย์กู้เงินและใช้จ่ายถลุงกันวายวอด ทั้งเพี่มเงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทน เอาเฉพาะค่ารักษาพยาบาลข้าราชการก็สูงถึงเกือบ 7 หมื่นล้านบาทต่อปี นโยบายที่ออกใหม่ ๆ ขณะนี้ยังล้ามเหลวเช่น ประกันราคาข้าว ทำให้ราคาข้าวดิ่งเหว สวนตลาดโลก ถูกทุบเหลือ 5 พันต่อตัน ต้องชดเชยนับแสนล้านบาท นี่คือหายนะประเทศไทยทั้งประเทศชาติและประชาชนภายใต้เงื้อมมืออำมาตยา ธิปไตยแท้จริง


คัดจากคอลัมภ์ เศรษฐกิจ
โดย ธิดา ถาวรเศรษฐ
จาก นสพ. ความจริงวันนี้ ฉบับวันที่ 27 - 29 ตุลาคม 2552

วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

"นพดล"ชี้ถอดยศ"แม้ว"เพิ่มแตกแยก รบ.ต้องรับผิดชอบ "ตู่"ฉุนขู่ตั้งกระทู้ถาม "เฉลิม"ลั่นไม่เคยมีแบบนี้

" แม้ว"ชม"ฮุนเซน"มีน้ำใจเล็งบินไปขอบคุณ ไม่โต้ปชป.อ้าง"หมากัดอย่ากัดตอบ" "บิ๊กจิ๋ว"ยังหัวร่อคนด่า"ขายชาติ" เล็งบินลงใต้3-5พ.ย.คุยไม่มีเสียงปืนแม้แต่นัดเดียว ก่อนเดินสายประเทศเพื่อนบ้าน

ชี้ถอดยศ"แม้ว"เพิ่มความแตกแยก


นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ถึงกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ทำความเห็นถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอให้ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมกับริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์คืน เนื่องจากต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกคดีที่ดินรัชดา ว่า เบื้องต้นได้คุย กับ พ.ต.ท.ทักษิณ บ้างแล้ว คิดว่ารัฐบาลพยายามสร้างความชอบธรรมในการดำเนินการเรื่องนี้ โดยใช้คณะกรรมการกฤษฎีกามาอ้างอิงข้อกฎหมาย สำหรับยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นได้รับพระราชทาน จากการทำงานเป็นข้าพระบาท ทำด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ การที่รัฐบาลนำเอาคดีที่ดินรัชดา มาริบเครื่องราชฯ และถอดยศนั้น อย่าลืมว่าคดีนี้เป็นคดีการเมืองที่ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น และเกิดภายหลังการยึดอำนาจ


นายนพดล กล่าวอีกว่า รัฐบาลชุดนี้ดิสเครดิต และจ้องทำร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ทุกวิถีทาง เนื่องจาก หลายคดีที่ นายตำรวจ ทหารมีความผิดร้ายแรงกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ไม่มีการดำเนินการถอดยศ จึงเกรงว่าการกระทำของรัฐบาล อาจเป็นการสร้างความร้าวฉาน ความแตกแยกให้สังคมมากขึ้นไปอีก หากเกิดความไม่ปรองดอง หรือ เกิดความวุ่นวาย เกิดความรุนแรงขึ้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบ 9 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลประสบความล้มเหลวในการสร้างความสมานฉันท์ ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลนำเวลาไปทำเรื่องนี้ รวมทั้งไปแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน อย่ามัวแต่หมกมุ่น หวาดกลัว อดีตนายกรัฐมนตรี จนไม่เป็นอันทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง


"ตู่" ฉุน "ถอดยศแม้ว"


นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 ตุลาคม ถึงกรณีที่ คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นให้ถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เร่งดำเนินการ และพยายามหยิบยกมาทำลายชื่อเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ อีกครั้ง แต่มาถึงวันนี้ รัฐบาลจะดำเนินการอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกกระทำทุกอย่างมาหมดแล้ว

ขู่กระทู้ถาม "มาร์ค"คดีหมิ่น-เอกสารเท็จ


นายจตุพร กล่าวว่า แต่เมื่อมีการเร่งดำเนินการเรื่องนี้ ตนก็จะตั้งกระทู้ถามสด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า กรณีที่มีผู้แจ้งความคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ ไว้ที่กองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับ นายอภิสิทธิ์ กรณีไม่นำนายทหาร และนายตำรวจยศนายพลเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณฯก่อนเข้ารับตำแหน่ง รวมทั้งคดีการใช้เอกสารเท็จสมัครเข้าเป็นอาจารณ์โรงเรียนนายร้อย และการดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่เขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ไปจนถึงคดีที่มีมีการแจ้งความดำเนินคดีกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่หมิ่นประมาทพรรคเพื่อไทยกรณีที่บอกว่าให้พล.อ.ชวลิต พิจารณาให้รอบคอยที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่เช่นนั้นจะเป็นการทรยศต่อชาติ


นายจตุพร กล่าวว่า ตนมีสิทธิ์ที่จะตั้งกระทู้ถามถามนายอภิสิทธิ์ อย่างเต็มที่ว่าคดีต่างๆ คืบหน้าไปถึงไหน เพราะนายอภิสิทธิ์มีอำนาจในการกำกับดูแล สตช. แต่ถูกหน่วยงานในกำกับดำเนินคดี ซึ่งดูเหมือนว่าคดีความต่างๆไม่คืบหน้า ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ควรให้ตนได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เพราะพล.อ.เปรม และพล.อ.สุรยุทธ์ อยู่ในสถานะเดียวกับตน สำหรับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้นจะยังอยู่ในกำหนดเดิมที่เราได้นัด ชุมนุมใหญ่ไว้คือช่วงปลายเดือนพฤษศจิกายน หลังจากเสร็จงานระดมทุนที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมาเรียบร้อยไปแล้ว โดยเรื่องการถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีผลอะไรกับการเคลื่อนไหว


"เฉลิม"ลั่นไม่เคยมีถอดยศแบบนี้


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงที่รัฐสภาถึงกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นให้ถอดยศ และริบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ตามปกติแล้วความเห็นของกฤษฎีกา รัฐบาลจะฟังก็ได้หรือไม่ฟังก็ได้ แล้วแต่ว่าจะส่งประโยชน์ให้รัฐบาลมากน้อยเพียงใด แต่เท่าที่ตนเคยรับราชการตำรวจจนมาถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เป็นกรมตำรวจจนมาเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีการถอดยศเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้น เพราะการถอดยศที่ผ่านมา จะเป็นการถอดยศข้าราชการตำรวจที่ยังอยู่ในราชการ และมีความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ส่งผลเสียหายให้กับสตช.และประเทศชาติ แต่ในกรณีของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ได้ลาออกจากราชการมานานแล้ว เรื่องที่มีปัญหาก็เป็นเรื่องการเมือง ศาลไม่เคยพิพากษาว่าพ.ต.ท.ทักษิณทุจริตหรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จึงขอให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบ ขอให้มีหิริโอตัปปะ และขอให้สตช.ตั้งหลักให้ดี


"การถอดยศนั้น ต้องประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เกี่ยวพันยาเสพติด ทุจริตหรือคบชู้สู่สาวกับภรรยาชาวบ้าน สิ่งเหล่านี้คือเหตุของการถอดยศได้ทั้งสิ้น ที่สำคัญยศนี้เป็นยศพระราชทาน ไม่ใช่ยศที่พรรคประชาธิปัตย์ให้มา คุณอภิสิทธิ์ไม่อยากใช้ยศก็เรื่องของคุณ แต่คนที่ได้รับพระราชทานเขารำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องการเมือง อย่าใช้ความคับแค้นส่วนตัว ที่ต้องตกเป็นพรรคฝ่ายค้านถึง 8 ปี ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของ พ.ต.ท.ทักษิณมาดำเนินการ" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว


เมื่อถามว่า นายกฯ ระบุว่าเป็นการดำเนินการของสตช.เอง ไม่เกี่ยวกับการสั่งการของนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ปากว่าตาขยิบ พูดจาเพราะ ตัวช่วยเยอะ อย่างเรื่องกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง หากพวกตนเป็นรัฐบาลโดนอภิปรายอย่างนั้นอยู่ไม่ได้แล้ว แต่พอเป็นพรรคประชาธิปัตย์ กลับมีตัวช่วยเยอะ กกต.ก็ยังสอบไม่เสร็จเสียที ก็ให้รู้กันไปว่าจะเอาอย่างนี้ และขอให้ทำไปเรื่อยๆ มีแต่จะส่งผลให้พรรคเพื่อไทยได้ส.ส.เกิน 300 คน เพราะตอนนี้ตามโพลล์ก็เกินครึ่งแล้ว เป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้แล้ว สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำจะทำให้ส.ส.เพื่อไทยเพิ่มมากขึ้น

"แม้ว"เล็งไปขอบคุณ"ฮุนเซน"


รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า ระหว่างการประชุม ส.ส.พรรค พท. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิงก์มาพูดคุยกับสมาชิกพรรค โดยกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ (ชป.) จะเปิดโปงผลประโยชน์ทับซ้อนของ พ.ต.ท.ทักษิณกับสมเด็จฯฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา ว่า พรรคประชาธิปัตย์พยายามกล่าวหาตนมาโดยตลอด แต่แม่ของตนสอนมาว่าหมากัดอย่ากัดตอบ ยืนยันว่าตนไม่มีธุรกิจในกัมพูชา ทั้งเรื่องน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีแต่ความเป็นเพื่อนกับสมเด็จฯฮุน เซน ที่รู้จักกันมานาน และตั้งแต่เดินทางออกจากประเทศไทยยังไม่เคยไปกัมพูชาแม้แต่ครั้งเดียว ที่มีข่าวว่าไปอยู่เกาะเกาะหนึ่ง ก็ไม่เคยไป แต่อาจจะไปเร็วๆ นี้ เพื่อขอบคุณสมเด็จฯฮุน เซนที่มีน้ำใจ แต่ไม่คิดว่าจะไปอยู่กัมพูชา เพราะไม่อยากให้รัฐบาลกุ้งเต้น กลัวไปมากกว่านี้


"ที่บอกว่าผมต้องการทำลายความมั่นคง ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่เป็นความมั่นคงของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว


"จิ๋ว"หัวร่อคนด่า"ขายชาติ"


รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ชวลิต ยังชี้แจงต่อที่ประชุมพรรคถึงเข้าพบสมเด็จฯฮุน เซน ว่า ความจริงแล้วตนไม่ได้ไปทำอะไรเลย พรรค ปชป.ทำให้ทั้งนั้น ตนรู้จักกับสมเด็จฯฮุน เซนมา 25 ปี ไปกัมพูชาเพื่อบ้านเมือง สิ่งที่พูดคุยกันก็มี 3 เรื่องคือ หนึ่ง การแยกกำลังทหารออกจากพื้นที่ สองเมื่อแยกแล้วก็ให้เจบีซี (กรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา) เข้ามาแก้ไขปัญหาชายแดน และสามการเปิดจุดชายแดนถาวรเพื่อทำการค้าขาย ซึ่งสมเด็จฯฮุน เซนเสนอให้เปิดทั้งแนวชายแดนไปเลย และยังพูดเรื่องทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนที่เคยแสดงท่าทีมาแล้ว 2 ครั้งแต่รัฐบาลนี้ไม่มีใครตอบรับ


"นอกเหนือจากนี้ก็เป็นการพูดคุยเรื่องส่วนตัวทั่วๆ ไป สมเด็จฯฮุน เซน ท่านก็บอกว่ารัก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพื่อนกันมานาน และยอมไม่ได้ที่เพื่อนได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ผมกลับมาเมืองไทยก็พูดแค่นี้ แต่คนก็เอาไปพูดอย่างอื่นหาว่าผมขายชาติ แต่ผมก็ไม่ได้ตอบโต้ ได้แต่หัวร่อ" แหล่งข่าวอ้างคำพูด พล.อ.ชวลิต


เล็งลงใต้3-5พ.ย.คุยไร้เสียงปืน


ข่าวแจ้งว่า พล.อ.ชวลิตยังกล่าวว่า กลางเดือนพฤศจิกายนจะเข้าพบนายนาจิบ ราซัค นายกฯมาเลเซียตามคำเชิญเพื่อสร้างสัมพันธภาพและพูดคุยเรื่องการพัฒนาร่วมกัน จากนั้นปลายเดือนจะเข้าพบ พล.อ.อาวุโสตาน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดรัฐบาลทหารพม่า และจะเข้าพบท่านโว เหวียน เกี๊ยบ วีรบุรุษประเทศเวียดนาม


"วันที่ 3 พฤศจิกายนจะไปทำงานในภาคใต้ในนามพรรคเพื่อไทย โดยเราจะแสดงให้โลกและผู้คนเห็นว่าสันติภาพสร้างได้ เป็นงานที่ท้าทายพอสมควร แม้ว่าจะไม่บรรลุผล 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ได้แค่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายนจะไม่มีแม้แต่เสียงปืนนัดเดียว ถ้าไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น วันที่ 5 พฤศจิกายน พวกเราทุกคนจะลุกขึ้นมาประกาศวันสันติภาพสู่มาตุภูมิถวายพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ในนามพรรคเพื่อไทย" แหล่งข่าวอ้างคำพูด พล.อ.ชวลิต

วิจารณ์กันไม่จบเรื่อง "5 ผู้นำ"ประเทศอาเซียนไม่เข้าร่วมพิธีเปิดประชุมสุดยอดอาเซียน

ยัง วิจารณ์กันไม่จบเรื่อง "5 ผู้นำ"ประเทศอาเซียนไม่เข้าร่วมพิธีเปิดประชุมสุดยอดอาเซียน จนต้องยกเลิกการถ่ายภาพ"ผู้นำ"ไขว้มือจับมือกันกลางเวที ในแวดวงการทูตตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้"ไม่ปกติ"

........5 ประเทศที่ไม่เข้าร่วม คือ "อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์-บรูไน" และ"กัมพูชา" ให้เหตุผลที่ไพเราะทางการทูต แต่อย่าลืมว่า"กำหนดการ"ประชุมครั้งนี้แจ้งล่วงหน้าหลายเดือน ไม่ใช่กะทันหัน

........"ผู้นำอินโดฯ"ต้องเข้าพิธีสาบานตนเพื่อรับ ตำแหน่งประธานาธิบดี-"มาเลเซีย"ติดประชุมงบประมาณประจำปี-"ฟิลิปปินส์"ต้อง แก้ปัญหาพายุลูกใหม่-"กัมพูชา"ต้อนรับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และ"กษัตริย์บรูไน"ทรงพระประชวร...ทั้งที่ถึงเมืองไทยแล้ว นี่คือ เหตุผลของ "5 ผู้นำ" อาเซียน

........ถ้าเห็น"ความสำคัญ"จริง ทุก"กำหนดการ"ย่อมขยับได้ ไม่สงสัยเลยหรือว่า "ผู้นำมาเลย์"รู้ว่าพิธีเปิดงานวันไหน แต่ทำไมจึงกำหนดวันประชุมงบประมาณให้ตรงกัน เช่นเดียวกัน"ฮุน เซน"กับการต้อนรับผู้นำเกาหลีใต้ "อภิสิทธิ์"ต้องหา""เบื้องหลัง"ระหว่างบรรทัดให้เจอ

........ตอนมี เสียงเรียกร้องให้ปลด"กษิต ภิรมย์"หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ จำได้ว่า"อภิสิทธิ์"อ้างเรื่องความต่อเนื่องของการจัดงานประชุมสุดยอดอา เซียน กลัวจะหาคนทำงานไม่ได้ แต่"ผล"ที่เกิดขึ้นวันนี้"อภิสิทธิ์"คงรู้แล้วว่าบางที"ความเป็นมิตร"ดีกว่า "ความต่อเนื่อง"

........แค่ตั้ง"กษิต"ที่เคยด่า"ฮุน เซน"ว่า"กุ๊ย"เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ทายได้แล้วว่าความ สัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาจะเป็นอย่างไร อย่าลืมว่า"กุ๊ย"คนนี้เป็นนายกฯมา 24-25 ปี เคยเล่นเกมการเมืองกับประเทศมหาอำนาจตั้งแต่สู้กับ"เขมร 3 ฝ่าย"

........ นโยบายไล่จับ"ทักษิณ ชินวัตร"ของ"กษิต" กดดันต่างชาติจนลืม"ความเป็นจริง"เรื่อง"ดุลอำนาจ"ในไทย เพราะทูตทุกประเทศรู้เหมือน"คนไทย"ว่าถ้ายุบสภาเลือกตั้งใหม่ "เพื่อไทย"ที่"ทักษิณ"หนุนหลังมีโอกาสแค่ไหนที่จะชนะเลือกตั้ง

........ ยุทธศาสตร์"แทงกั๊ก"จึงเป็นเรื่องปกติของประเทศที่ไม่ใช่"มหาอำนาจ" ตอนแสดงออกอย่างเป็น"ทางการ"ก็ต้องเข้าข้าง"รัฐบาลไทย" แต่การทูตแบบ"ไม่เป็นทางการ"ก็ต้องรักษา"น้ำใจ"คนชื่อ"ทักษิณ" เรื่องแบบนี้ใครๆ ก็อ่านออก

........"ความเป็นจริง"อีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องไม่ลืม คือ ความสัมพันธ์ส่วนตัวของ"ทักษิณ"กับ"ผู้นำประเทศอาเซียน" ระยะเวลา 5 ปี 9 เดือนนั้นนานทีเดียว ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใคร"ป่วยการเมือง"กะทันหัน เพื่อเพิ่มตัวเลขจาก 4 เป็น 5

........" อภิสิทธิ์"คงศึกษาพิธีการทูตแบบ"ตะวันตก" สนใจแต่"สหรัฐอเมริกา-อังกฤษ"แต่ไม่เคยศึกษาการทูตแบบ"จีน" จึงลืมว่าคนฝั่ง"ตะวันออก"ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ไม่เป็นทางการของ"คน" กับ"คน"ไม่น้อยกว่า"รัฐ"กับ"รัฐ" และถือมากเรื่อง"ศักดิ์ศรี"

........ ตอนนี้"ทักษิณ"แวบไปนอนที่มาเลย์ และ"ถาวร เสนเนียม"รมช.มหาดไทยออกมาปูดเรื่องนี้กับสื่อแทนที่รัฐบาลจะดำเนินการทาง การทูตอย่างเงียบๆ "นักการทูต"บางคนวิจารณ์ว่าเล่นแบบนี้"คนเอเชีย"ถือว่าเป็นฉีกหน้ากัน

........ อย่าคิดในทางบวกด้วยเดียว "ทักษิณ"และ"เพื่อไทย"แน่ใจแล้วหรือว่าการดึง"ฮุน เซน"เป็น"แนวร่วม"จะเป็น"ผลดี"มากกว่า"ผลเสีย" จำได้ไหมว่า"ม็อบพันธมิตร"ที่กลับมาแรงอีกครั้งก็เพราะเรื่อง"เขาพระวิหาร" ระวังกระแสพลิกกลับให้ดี

........จะยุบหรือไม่ยุบก็ไม่รู้ แต่ใครไปต่างจังหวัดจะได้กลิ่น"การเลือกตั้ง"แล้ว เพราะทุกพรรคติดป้ายหาเสียงล่วงหน้ากันทุกสี่แยก ว่ากันว่า"นักการเมือง"เป็นคนมี"สัญชาตญาณพิเศษ" ระฆังยังไม่ดัง ก็ออกหมัดแล้ว !!!

...พิธีมงคลสมรส ระหว่าง "สราญจิตต์ ศรีศกุน" นักการทูต กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ บุตรสาว "สว่าง ศรีศกุน" อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กับ "ณรุทธ์ สุนทโรดม" นักการทูต กรมสารนิเทศ จะมีขึ้นในเวลา 18.30 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด...

โดย "วิหคเหินฟ้า"

ด่วนมาก!!! คุณชวนได้รับรายงานเรื่องรถไฟใต้เมื่อกี้ครับ..ตอนนี้สั่งการลงไปแล้ว..

นับเป็นข่าวดีของคนปักษ์ใต้นะครับ..
ส.ส พรรคของท่าน ได้รับรายงานแล้วครับ..เสมียนคงเพิ่งพิมพ์เสร็จ



ในฐานะผมคนภาคอื่น..ผมสงสัยนิดนึงครับ..

- ทำไมคุณอภิสิทธิ์ ไม่เป็นคนสั่งการ คุณ อาคม ครับ..น่าจะอยู่ในขอบเขต หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และ มีอำนาจเต็มทางการสั่งการ และ บริหารงานมากกว่า นะครับ(สร.1)
- ดู Action Plan ตามเนื้อข่าวของทีมงานคุณชวน เชื่องช้าแล้ว ผมก็ยินดีกับคนปักษ์ใต้ด้วยครับ ปัญหาคงลุล่วง ได้รับการแก้ไขอย่างเรียบร้อย ง่ายดายแน่ๆ..ดูมาตรการที่จะ"เคลียร์"ซิครับ รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด..น่าเกรงขามจริงๆ
.........................................................................................................

เบื้องต้นจึงขอเรียกร้องการแก้ปัญหาไปยังสหภาพฯคือ
^
^
"เบื้องต้น" = เขาประท้วงหยุดเดินรถมาจะครึ่งเดือนแล้วพ่อหนุ่ม..เอ็งยังมามัวคลำทางใน"เบื้องต้น"อยู่เลยเหรอ..พ่อมหาจำเริญ...


1.ให้มีการเจรจาผ่านสภาฯ โดยหลีกเลี่ยงวิธีการทีเป็นการกดดันผู้โดยสาร
^
^
ดีนะนี่..ที่ยังไม่ดึงเรื่อง ให้ทำประชามติทั่วประเทศก่อนว่า..สมควรนำปัญหานี้เข้าไปเจรจาที่สภาหรือป่าว.ม.


2. ขอให้เปิดการเดินรถไปในทันที
^
^
เอาหล่ะ..พ่อคู้นนนน. ขอบใจ
เสาไฟฟ้ามันก็พูดได้ประโยคนี้น่ะ..พ่อคู้นนน มีอะไรใหม่ๆกว่านี้มั้ย!!



3.ขอให้สหภาพเจรจากับฝ่ายบริหารคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย รฟท. โดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์รับอาสาเป็นคนกลาง ในการเจรจา
^
^
ฮั่น แน่!! เตรียมลอยตัว ออกตัวล้อหมุน ดูลู่ทางเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่นล่วงหน้าเลยนะ..555 แล้วไอ้ที่บอกว่า"ขอให้สหภาพเจรจากับฝ่ายบริหาร"นั่นน่ะ..พ่อมหาจำเริญ เอาหัวไปมุดทรายอยู่ที่ไหนมา..

ก็เขาทั้งคู่เจรจากันมาจนลูกจะบวช แล้ว..มันไม่สำเร็จไง..พ่อคู้นนนน..พ่อ ส.ส ยอดขมองอิ่มของพรรคไหน ของภาคใดเนี่ย!!! อีกอย่าง คมนาคมแม้จะเป็นของห้อย..แต่ มาร์คเป็นนายกฯรับผิดชอบสูงสุด..แล้วพรรคห้อยเจรจาไม่สำเร็จก็เห็นๆกันอยู่

แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะรับอาสาเป็นคนกลางทำเบือกอะำไร..พรรคของน่ะ ต้องชนปัญหาแต่แรกเลย..

พื้นที่เกิดเหตุ ก็ของพรรคพ่อมหาจำเริญ..ความจริงแล้วต้องเข้าไปแก้ปัญหา ก่อนเรื่องจะถึงมือพรรคห้อยซะอีก.
.



ส่วนอันนี้เห็นด้วย ขอชมเชย..
v
v
"ถ้าขอร้องไม่ได้ ขั้นต่อไปเราก็จะไปเจรจาแต่จะไม่ใช่มีเฉพาะส.ส.เท่านั้น แต่จะมีชาวบ้านไปด้วย ไม่รับประกันจะเกิดความรุนแรงหรือไม่"
^
^
ตีกันไปเลย..เห็นด้วย กามเมืองใหม่ กับ ปชป. ฮาดี..กรุจะรอสมน้ำหน้า.ทั้งคนทั้งพรรคนั้นแหล.


....................................................................................................

ชวนสั่งสส.ใต้ จี้สหภาพรถไฟฯเดินรถใน 24 ชม.
28 ตค. 2552 13:05 น.

นาย อาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีปัญหาการประท้วงหยุดเดินรถอย่างต่อเนื่องของสหภาพการรถไฟแห่ง ประเทศไทยว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ตนในฐานะเป็นส.ส.ผู้ใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ร่วมกับส.ส.ภาคใต้ของ พรรค เข้ามาแก้ปัญหาเพื่อยุติการเดินรถไฟ จากหาดใหญ่ไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด


เบื้องต้นจึงขอเรียอกร้องการแก้ปัญหาไปยังสหภาพฯคือ

1.ให้มีการเจรจาผ่านสภาฯ โดยหลีกเลี่ยงวิธีการทีเป็นการกดดันผู้โดยสาน
2. ขอใหปิดการเดินรถไปในทันที
3.ขอให้สหภาพเจรจากับฝ่ายบริหารคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย รฟท. โดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์รับอาสาเป็นคนกลาง ในการเจรจา


นายอาคมกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยการการที่สหภาพการรถไฟฯใช้ผู้โดยสาร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวประกันนำมาต่อรอง

" จึงขอเรียกร้องให้ประชาชน 3 จุงหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกันประณาม"การกระทำของนายสาวิต แก้วหวาน ประธานสหาภาพฯ นอกจากนี้ให้การรถไฟดำเนินการตามกฎหมายกับพนักงานที่ทำความผิดโดยด่วน ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหาว่า ผู้บริหารการรถไฟมีการทุจริตก็ขอให้สหภาพฯส่งข้อมูลให้กรรมาธิการคมนาคมด่วน และหลังจากนี้ 24 ชั่วโมงรถไฟภาคใต้ 3 จังหวัด ควรจะเดินรถ ไฟตามปกติ โดยเร็ว

ผมไม่อยากทะเลาะกับสหภาพการรถไฟฯ แต่อยากทะเลาะกับนายสาวิต ที่ไม่ทราบว่าไปรับจ็อบรับนโยบายใคร พรคการเมืองไหนหรือไม่จึงขอให้คนใต้ร่วมประประณามนายสาวิต เรื่องนี้เราตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเหตุการณ์ประท้วงจึงเกิดขึ้นในภาคใต้เท่า นั้น

มองได้หลายมุมว่า อาจมีกระลวนการดิสเครดิตกระทรวงคมนาคม หรือรัฐบาลเกิดขึ้น "เพราะการเคลื่อนไหวของสหภาพการรถไฟฯ สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของพรคการเมืองบางพรรค" ถ้าขอร้องไม่ได้ ขั้นต่อไปเราก็จะไปเจรจาแต่จะไม่ใช่มีเฉพาะส.ส.เท่านั้น แต่จะมีชาวบ้านไปด้วย ไม่รับประกันจะเกิดความรุนแรงหรือไม่

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=413273&lang=T&cat=